|
อุปสมานุสสติ
|
|
|
อุปสมานุสสติกรรมฐาน
แปลว่า
ระลึกคุณพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตามศัพท์ท่านน่าจะแปลว่าระลึกถึงคุณของความเข้าไปสงบระงับจิตจากกิเลสและตัณหา
ก็คือการเข้าถึงพระนิพพานนั่นเอง ท่านแปลเอาความหมายว่า ระลึกถึงคุณพระนิพพานนั้น
เป็นการแปลโดยอรรถ ท่านแปลของท่าน ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ที่เขียนว่าสงบระงับไว้ด้วยก็เพื่อให้เต็มความประสงค์ของนักคิดเท่านั้นเอง ๑.
มทนิมฺมทโน
แปลว่า พระนิพพานย่ำยีเสียซึ่งความเมา มีความเมาในความเป็นหนุ่ม และเมาในชีวิต
โดยคิดว่าตนไม่ตายเป็นต้นการระลึกถึงคุณพระนิพพานนี้ ระลึกตามแบบ ท่านพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้รจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรค ท่านเป็นพระอรหันต์ชั้นปฏิสัมภิทาญาณ ท่านอธิบายถึงการระลึกคุณพระนิพพาน โดยท่านยกบาลี ๘ ข้อ ไว้เป็นแนวเครื่องระลึก ดังจะนำมาเขียนไว้เพื่อเป็นเครื่องอุปกรณ์ในการระลึกดังต่อไปนี้ ๒. ปิปาสวินโย แปลว่า พระนิพพาน บรรเทาซึ่งความกระหาย คือความใคร่ กำหนัดยินดีในกามคุณ ๕ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และการถูกต้องสัมผัส ๓. อาลยสมุคฺฆาโต แปลว่า พระนิพพานถอนเสียซึ่งอาลัย ในกามคุณ ๕ หมายความว่า ท่านที่เข้าถึงพระนิพพาน คือมีกิเลสสิ้นแล้ว ย่อมไม่ผูกพันในกามคุณ ๕ เห็นกามคุณ ๕ เหมือนซากศพ ๔. วัฏฏปัจเฉโท แปลว่า พระนิพพาน ตัดเสียซึ่ง วนสาม คือ กิเลสวัฏ ได้แก่ ตัดกิเลสได้สิ้นเชิง ไม่มีความเมาในกิเลสเหลืออยู่แม้แต่น้อย กรรมวัฎ ตัดกรรมอันบาปกุศล วิปากวัฏ ตัดผลกรรมที่อกุศลได้สิ้นเชิง ๕. ตัณหักขโย ,วิราโค ,นิโรโธ แปลว่า พระนิพพานธรรมนั้น ถึงความสิ้นไปแห่ง ตัณหา ตัณหาไม่กำเริบอีก มีความหน่ายในตัณหา ไม่มีความพอใจในตัณหาอีก ดับตัณหาเสียได้สนิท ตัณหาไม่กำเริบขึ้นได้อีก ๖. นิพพานัง แปลว่า ดับสนิทแห่งกิเลส ตัณหา อุปาทาน กรรมอำนาจทั้ง ๔ นี้ไม่มีโอกาสจะให้ผลแก่ท่าน ที่มีจิตเข้าถึงพระนิพพานแล้วได้อีก ตามข้อปรากฎว่ามีเพียง ๖ ข้อ ความจริงข้อที่ ๕ ท่านรวมไว้ ๓ อย่างคือ ตัณหักขโย ๑ วิราโค ๑ นิโรโธ ๑ ข้อนี้รวมกันไว้เสีย ๓ ข้อแล้ว ทั้งหมดจึงเป็น ๘ ข้อ พอดี ท่านลงในแบบว่า ๘ ก็ เขียนว่า ๘ ตามท่าน |
|