ทัศนาเจดีย์เจ้าแสนพันผูก แทบดับวูบด้วยความคิดคะนึงหา
กาละนั้นเหล่าทหารผู้เก่งกล้า ล้วนศรัทธาก่อร่างสร้างพระเจดีย์
แต่ละคนแต่ละนายล้วนย่อมพลี ศรัทธามีสร้างกุศลล้วนเปรมปรีด์
ขนก่อนอิฐดั่งเช่นหาบก้อนมณี เรืองรุจีด้วยศรัทธาร่วมเราช่วยกัน
แต่ละก้อนนำมาเรียงให้เป็นชั้น ล้วนลดลั่นงามวิจิตรดั่งภาพฝัน
พิศดูแล้ว เรานั้นผ่านคืนวัน อันโศกศัลย์ ในสงครามอันเนินนาน
ล้วนพรากรักจากถิ่นฐานอันห่วงแหน ทิ้งถิ่นแดนแม่พ่อค่อยห่วงหา
ทิ้งบุตรรัก และทิ้งภรรยา เดินทางมาร่วมรบสมัครสมาน
ทั้งหญิงชายช่วยกันในการรบ เมื่อประสบเภทภัยไม่นึกขาม
ถึงตัวตายขอไว้ชื่อให้เรืองนาม ว่าทหารแกล้วกล้าพระเจ้าพรหม
ครานั้นเหล่าเพื่อนรักสหายมิตร ดับชีวิต สิ้นลม แสนขื่นขม
แอบร้องไห้ ข้างศพเพื่อนเศร้าอกตรม หลับตาลงไปดีเถิด นะเพื่อนยา
ณ ตอนนั้นร่วมจิตช่วยกันรบ จะพานพบศัตรูพาลไม่เคยล้า
รู้แต่ต้องเอาเอกราชชาติกูมา เอาศรัทธาในแผ่นดินถิ่นแคว้นครอง
ผลที่สุดผองเราล้วนสำเร็จ ไล่เผด็จศึกได้ดังใจปอง
ขอประกาศเอกราชชาติทั้งผอง และเพื่อนพ้องที่สถิตในสวรรค์
ครานั้นจึงเหลียวมองไปยังดาบ เห็นอาบทาไปด้วยคราบโศกศัลย์
เปื้อนโลหิตไขกระดูกดับชีวัน ต้องดับขันธ์จากไปนับคณา
เมื่อก่อร่างสร้างเจดีย์ไปซักครา ถึงเวลาสละสิ่งบรรจุ พุทธบูชา
จึงร่วมกันต่างคนนำดาบมา อีกเงินตราของมีค่าบรรดามี
เหลียวมองดาบคู่ใจครั้งสุดท้าย ต้องลับหายจากมือเราแล้วหรือนี่
ขอตัดใจบรรจุในพระธาตุนี้ กุศลศรีที่เราหวังสำคัญกว่า
ขอดาบเจ้าจงหลับให้เป็นสุข ไม่ต้องทุกข์กวัดแกว่งไปซ้ายขวา
นอนนิ่งนิ่งในพระธาตุให้ปรีดา กาลเวลาจะเป็นเพื่อนช่วยกล่อมนอน
หลังจากนั้นแต่ละคนนั้นร่วมสร้าง |