หน้าแรก
ฤกษ์พรหมประสิทธิ์
วิธีการแก้ไขดวง / อธิฐานพิเศษ
เว็บบอร์ด
ห้องสนทนา
แผนที่สอนพระกรรมฐาน
หน้าแรก
เข้าระบบ
สมัครสมาชิก
ไปที่ :
ดูกระทู้ที่ติดตามอยู่
เว็บบอร์ดคนเมืองบัว
บอร์ดคำตอบ
เว็บบอร์ดเดิม ปี ๔๖ - ๕๐
แหลมเข้ามาข้าจะตอบ ปี ๔๕
เว็บบอร์ดทั่วไป
ห้องนั่งเล่น
ธรรมะจากห้องแชท
กำหนดการบรรยายธรรม โดย คนเมืองบัว
ชมรมรักพระโพธิญาณ
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
ซื้อขายแลกเปลี่ยน
ติดต่อเว็ปมาสเตอร์
ร่วมสนุก แจกฟรี
วัตถุมงคล คนเมืองบัว
วัตถุมงคล อธิษฐานจิต โดย คนเมืองบัว
ประสบการณ์วัตถุมงคลคนเมืองบัว
คนเมืองบัว
>
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
>
+++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
หน้า :
1
กระทู้ที่ 12180
ติดตามกระทู้นี้
คะแนนความน่าสนใจ
ธรากร(โกโก้)
หลวง
285 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 8571
ได้รับ : 4185
+++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร
จ.กำแพงเพชร
ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร
ตั้งอยู่บริเวณวัดพระแก้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ เมืองกำแพงเพชร เป็นเมืองที่มีนามอันเป็นมงคล ซึ่งหมายถึง ความมั่นคง ประดุจเป็นเมืองที่มีปรการทำด้วยเพชร ศาลหลักเมืองกำแพงเพชรจึงเป็นสิ่งที่พ้องกับความมั่นคง ไม่หวั่นไหว จึงเหมาะสำหรับขอพรเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อาชีพ ของหาย ของรัก ฯลฯ
ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่า สร้างสมัยพระมหาธรรมราชาที่
1 (ลิไท) ที่เคย ปกครองดูแลเมืองกําแพงเพชร ทําด้วยศิลาแลงรูปกลมยาวประมาณ 2 เมตร ฝังโผล่พ้นดินขึ้นมา ประมาณหนึ่งเมตร มีรูปเศียรเทพารักษ์ อยู่บนยอดศิลาแลง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังคาศาลได้พังลงมาทับเสาหลักเมืองและเศียรเทพารักษ์ หลังจากนั้นก็อยู่ ในสภาพรกร้างมาเป็นเวลานาน จนถึงปี พ.ศ. 2472 รองอํามาตย์เอกหลวงมนตรีราช (หวาน) อัยการจังหวัดกําแพงเพชรได้ริเริ่มสร้างศาลหลักเมืองขึ้นใหม่เป็นศาลาทรงไทย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ได้มีผู้ลักตัดเศียรเทพารักษ์ไป หลวงปริวรรตวรวิจิตร (จันทร เจริญชัย) ผู้ว่าราชการ จังหวัดกําแพงเพชรได้ให้ทําขึ้นใหม่ด้วยดินจากยอดเขาสูงสุดของเขาหลวง ดินใจกลางโบสถ์ ใจ กลางเจดีย์เก่า ทั้งในจังหวัดกําแพงเพชร สุโขทัย ศรีสัชนาลัย พิษณุโลก และตาก
ในปี พ.ศ. 2524 ได้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์ ศาลหลักเมืองโดยสร้างเป็นอาคารจตุรมุข พร้อมเขตปริมณฑลเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
บทสวดบูชา ตั้งนะโม
3 จบ / สิโรเมเทพเทวานัง พระหลักเมืองเทวานัง ทีปะธูปะจะปุขผัง สักการะ วันทะนัง สูปะพยัญชนะสัมปันนัง โพธะนานัง สารีนัง อุททะกัง วะรัง เตปิตุมเห อนุรักษ์ขันตุ อาโรขายนะ สุขานะจะ
ที่มา
www.holidaythai.com
ลิ้งค์จากยูทูบแนะนำหลักเมืองครับ
http://www.youtube.com/watch?v=NeEuyWCGePk
21.05.2011 15:07 (113196)
ธรากร(โกโก้)
หลวง
285 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 8571
ได้รับ : 4185
Re : +++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
พระอิศวร
ในประเทศไทยได้พบประติมากรรมของพระอิศวรเป็นจำนวนมากทั่วทุกภาค
ไม่แพ้ประติมากรรมประเภทพระพุทธรูปและเทพเจ้าอื่น
ๆมีทั้งประเภทที่ทำด้วยสำริดและปูนปั้นชนิดลอยตัวและที่แกะสลักติดอยู่กับศาสนสถาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนสถานที่สร้างขึ้นในศาสนาพราหมณ์
ส่วนใหญ่จะมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งขอมเรืองอำนาจ สถานที่พบได้แก่
ตามปราสาทหินต่าง ๆ
ประติมากรรมรูปพระอิศวรสำริดที่มีชื่อเสียงที่สุดและอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ คือ
เทวรูปพระอิศวรสำริด สูง ๒.๑๐ เมตร ประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณกลางห้องโถงชั้น ๒
ของอาคารพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
เทวรูปพระอิศวรองค์นี้ มีจารึกอักษรไทยที่ฐานพระบาทว่า เจ้าพระยาธรรมาโศกราช
เจ้าเมืองกำแพงเพชร ได้หล่อขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๓
เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ๒ พระองค์ คือ
สมเด็จพระบรมราชาที่ ๒ และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒
ลักษณะเป็นฝีมือช่างไทยแต่ทำตามอย่างศิลปะเขมรแบบบายน ราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่
๑๘ คือทำพระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนพระพุทธรูปสมัยลพบุรีทั่ว ๆไป
มงกุฎทำเป็นหมวกแขก มีเครายาวจนถึงสร้อยคอ กำไลแขนทำเป็นรูปงูพันอยู่ ๓ รอบ
ผ้าทรงยาวลงมาเหนือเข่าเล็กน้อย ชายสายรัดด้านหน้าปล่อยยาวลงมาถึงพระชานุ
ที่นิ้วพระหัตถ์และพระบาทสวมพระธำมรงค์ทุกนิ้ว
สถานที่ประดิษฐานแต่เดิมคือ ศาลพระอิศวร ซึ่งตั้งอยู่หลังศาลจังหวัดกำแพงเพชร
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีชาวเยอรมันมาเที่ยวเมืองกำแพงเพชร
และได้ลักลอบตัดพระเศียรและพระหัตถ์ของเทวรูปนำลงเรือกลับกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.
๒๔๒๙ ความทราบถึงรัชกาลที่ ๕ จึงโปรดให้ขอพระเศียรและพระหัตถ์คืน
และโปรดให้สร้างรูปจำลองประทานให้เป็นการแลกเปลี่ยน
ซึ่งปัจจุบันได้ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
พร้อมทั้งจำลองอีกองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ที่ศาลพระอิศวร
ส่วนพระองค์จริงได้นำมาซ่อมแซมให้ดีดังเดิม แล้วนำมาตั้งแสดงอยู่ ณ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
เป็นสมบัติศิลป์ชิ้นพิเศษที่มีค่ายิ่งของเมืองกำแพงเพชรสืบมา
ที่มา
www.osotho.com
21.05.2011 15:13 (113197)
ธรากร(โกโก้)
หลวง
285 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 8571
ได้รับ : 4185
Re : +++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
เจดีย์กลางทุ่ง
ประวัติเป็นยังไงดังได้ทราบกันแล้ว เลยเอาสภาพทางกายภาพมาให้อ่านกันครับ
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย
ตั้งอยู่ภายนอกอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร บริเวณทุ่งเศรษฐีซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่
ใกล้กับ วัดซุ้มกอ และป้อมทุ่งเศรษฐี เป็นวัดที่ตั้งอยู่โดดเด่นบริเวณท้องทุ่ง
โดยแลเห็นเจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัวตูม เช่นเดียวกับ เจดีย์
วัดกะโลทัย
และ
วัดวังพระธาตุ
)
ที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ได้แต่ไกล ส่วนอื่นๆได้ชำรุดเสียหายเกือบทั้งสิ้น
จากการถูกขุดค้น เพื่อค้นหาพระเครื่องทุ่งเศรษฐี
ภายในวัดเจดีย์กลางทุ่ง มีคูน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบ เป็นอุทกสีมา
มีโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ได้แก่
พระวิหาร ตั้งอยู่ด้านหน้าของโบราณสถาน ปรากฏเฉพาะส่วนฐาน
เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัวตูม) ขนาดใหญ่
ก่อด้วยอิฐ อยู่ด้านหลังพระวิหาร แวดล้อมด้วยลานประทักษิณ
เป็นเจดีย์ศิลปะแบบสุโขทัย ฐานเจดีย์เป็นฐานหน้ากระดานรูปสี่เหลี่ยม ลดหลั่นกัน
3
ชั้น ด้านบนมีฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ถัดขึ้นไปเป็นชั้นแว่นฟ้าย่อมุมไม้ยี่สิบ
ซ้อนลดหลั่น
2
ชั้น โดยมีเรือนธาตุย่อมุมไม้ยี่สิบอยู่ด้านบน
รองรับยอดเจดีย์ทรงดอกบัวตูม ส่วนยอดนั้นได้ทลายลง
ที่มา
www.comingthailand.com
21.05.2011 15:16 (113198)
ธรากร(โกโก้)
หลวง
285 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 8571
ได้รับ : 4185
Re : +++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)
อ.ไก่ บอกว่า ถอดถอนคุณไสยและสิ่งอัปมงคลได้ครับ
ลักษณะทั่วไป เป็นน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดินจำนวน
5 จุด มีความร้อนประมาณ 40 - 65 องศาเซลเซียส เป็นที่โจษขานว่าสามารถนำกลับไปเพื่อเป็นสิริมงคล
ตำนานบ่อน้ำพุร้อน
"พระร่วง"
เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่ม พระองค์ชอบเสด็จไปในท้องถิ่นทุรกันดารและเมื่อเสด็จไปในที่ต่างๆ ก็มักจะเกิดเป็นตำนาน ขึ้นมากมาย กล่าวกันว่าพระร่วงเป็นผู้มีบุญญาธิการรู้ทั้งบังเหลื่อมรู้จบไตรเทพวิทยาคม อีก ทั้งมีวาจาสิทธิ์ จากตำนานโบราณกล่าวว่าพระร่วงได้เดินทางมาถึงบริเวณเขาไก่เขี่ย พระองค์ ได้ไก่ป่าวตัวหนึ่งเมื่อเดินมาถึงบริเวณสถานที่ร่มรื่นพระองค์เกิดหิวจึงตั้งใจจะกินไก่ตัวนี้เสีย จึงได้สาปบริเวณนี้เป็นบ่อน้ำพุร้อนเพื่อที่จะได้นำน้ำร้อนมาลวดไก่และถอนขนเมื่อถอนขนเสร็จไม่มี น้ำเย็น จึงสาปน้ำเย็นขึ้น จึงเกิดมีบ่อน้ำร้อน และน้ำเย็นขึ้นบริเวณใจกลางบึงสาปนั้น หรือจากข้อสันนิษฐาน กล่าวว่า พระองค์คงสาปน้ำร้อนน้ำเย็นเพื่อทำความสะอาดไก่หรือที่เรียกว่าให้น้ำไก่ แล้วพระองค์ก็ได้เดินทางต่อไปกลายเป็น "บ่อน้ำร้อนบึงสาป" เขาไก่เขี่ย ดังได้กล่าวแล้วในวโรกาส รัฐพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อทูลเกล้าฯ ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 ได้มีการนำน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงไปร่วมพิธี ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพฯ ถือเป็นการยืนยันความสำคัญของน้ำพุร้อนพระร่วงได้เป็นอย่างดี
21.05.2011 15:17 (113199)
ธรากร(โกโก้)
หลวง
285 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 8571
ได้รับ : 4185
Re : +++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
แม่น้ำปิง
เกิดจากดอยเชียงดาว
ดอยอินทนนท์
ดอยขุนอัน และเทือกเขาขุนตาล ไหลผ่านอำเภอเชียงดาว แม่แตง อำเภอเมืองเชียงใหม่
ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และ รวมกับ
แม่น้ำวัง
แม่น้ำยม
และ
แม่น้ำน่าน
กลายเป็น
แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำปิงมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำ ในพื้นที่ เขตอำเภอเชียงดาว
จังหวัด เชียงใหม่ ไหลลงมาทางทิศไต้ผ่านหุบเขาเข้าสู่เขตอำเภอแม่แตง
มีแม่น้ำแม่งัดไหลมาบรรจบทางฝั่งซ้าย และน้ำแม่แตงไหลมาบรรจบทางฝั่งขวา
เข้าสู่พื้นที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงใหม่ และมีน้ำแม่กวง
ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำปิงไหลมาบรรจบทางฝั่งซ้าย บริเวณพื้นที่ อำเภอป่าซาง
จังหวัดลำพูน จากนั้นแม่น้ำปิงจะไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีแม่น้ำลี้
ซึ่งไหลผ่านจากอำเภอลี้ มาบรรจบกับแม่น้ำปิงที่อำเภอจอมทองทางฝั่งซ้าย
และจากอำเภอจอมทอง แม่น้ำปิงจะไหลลงไปทางใต้ มีแม่น้ำแม่แจ่มไหลมาบรรจบทางฝั่งขวา
ที่อำเภอฮอด ก่อนจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล ที่อำเภอดอยเต่า
จังหวัดเชียงใหม่
แม่น้ำปิงตอนล่างใต้เขื่อนภูมิพล
จะไหลผ่านที่ราบลุ่มมาบรรจบกับแม่น้ำวัง ไหลผ่านจังหวัดกำแพงเพชร
ไปบรรจบกับแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์
รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา สายเลือดใหญ่ของประเทศไทย ลุ่มน้ำปิงและลุ่มน้ำสาขาครอบคลุม
พื้นที่ประมาณ
33,989
ตารางกิโลเมตร ความยาวลำน้ำประมาณ
740
กิโลเมตร
ปัจจุบันประเทศไทยมีเขื่อนขนาดใหญ่ ประมาณ
25
เขื่อน
เขื่อนที่สำคัญสร้างปิดแม่น้ำปิงมีจำนวน
4
เขื่อนด้วยกันคือ เขื่อนแม่แตง
เขื่อนแม่งัด เขื่อนแม่กวง และเขื่อนภูมิพลซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำสายนี้
การอาบแม่น้ำปิงนั้นจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ชำระล้างสิ่งไม่ดีได้ มีโชคมีลาภครับผม
แก้ไข โดย ธรากร(โกโก้) เมื่อ 21.05.2011 15:19
21.05.2011 15:18 (113200)
วัชรธร
ขุน
265 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 32882
ได้รับ : 3214
Re : +++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
สาธุๆๆน้องชายพี่เขียนดี มีสาระ ดีมาก ฮิๆๆ ว่าแต่ว่า พ่อคุณ อาบนำปิงหรือยังหน่ะชวนชาวบ้านหน่ะ เธอคนกำแพงนะโว๊ย
อย่าลืม คิกๆๆ เออ ส่งน้ำปิง ให้น้องอาร์ท หรือยังหว่า แหมน้องเค้าจะล้างโอ่งอ่างรอแล้วนาพ่อคุณ เฮอๆๆ พี่ชายรออาบตามอาวุโสพรรษา
25.05.2011 22:37 (113355)
คนเมืองบัว
>
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
>
+++ ๕ สถานศักดิ์สิทธิ์แดนชากังราว +++
หน้า :
1
ไปที่ :
ดูกระทู้ที่ติดตามอยู่
เว็บบอร์ดคนเมืองบัว
บอร์ดคำตอบ
เว็บบอร์ดเดิม ปี ๔๖ - ๕๐
แหลมเข้ามาข้าจะตอบ ปี ๔๕
เว็บบอร์ดทั่วไป
ห้องนั่งเล่น
ธรรมะจากห้องแชท
กำหนดการบรรยายธรรม โดย คนเมืองบัว
ชมรมรักพระโพธิญาณ
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
ซื้อขายแลกเปลี่ยน
ติดต่อเว็ปมาสเตอร์
ร่วมสนุก แจกฟรี
วัตถุมงคล คนเมืองบัว
วัตถุมงคล อธิษฐานจิต โดย คนเมืองบัว
ประสบการณ์วัตถุมงคลคนเมืองบัว
แจกฟรี พระบรมสารีริกธาตุองค์ปัจจุบัน วรรณสีแดง
เสียง อ.ไก่ (คนเมืองบัว)
เรื่องที่น่าสนใจ
สัตยาบัน เว็บคนเมืองบัว
วัตถุมงคลชมรมดาบฟ้าฟื้น
รายงานการเปลี่ยนชื่อ
กฏระเบียบการใช้งานเว็บบอร์ด
คู่มือการใช้งานเว็บบอร์ด
FAQ (คำถามยอดฮิต)
เลือกขนาดตัวอักษร
ค้นหา
พจนานุกรม
Page generated in 0.501613 seconds.