หน้าแรก
วัตถุมงคล
ปฏิทินคนเมืองบัว
ฤกษ์พรหมประสิทธิ์
วิธีการแก้ไขดวง / อธิฐานพิเศษ
เว็บบอร์ด
ห้องสนทนา
แผนที่สอนพระกรรมฐาน
หน้าแรก
เข้าระบบ
สมัครสมาชิก
ไปที่ :
ดูกระทู้ที่ติดตามอยู่
เว็บบอร์ดคนเมืองบัว
บอร์ดคำตอบ
เว็บบอร์ดเดิม ปี ๔๖ - ๕๐
แหลมเข้ามาข้าจะตอบ ปี ๔๕
เว็บบอร์ดทั่วไป
ห้องนั่งเล่น
ธรรมะจากห้องแชท
กำหนดการบรรยายธรรม โดย คนเมืองบัว
ชมรมรักพระโพธิญาณ
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
ซื้อขายแลกเปลี่ยน
ติดต่อเว็ปมาสเตอร์
ร่วมสนุก แจกฟรี
วัตถุมงคล คนเมืองบัว
วัตถุมงคล อธิษฐานจิต โดย คนเมืองบัว
ประสบการณ์วัตถุมงคลคนเมืองบัว
คนเมืองบัว
>
ชมรมรักพระโพธิญาณ
>
ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
หน้า :
1
กระทู้ที่ 4433
กระทู้ถูกล็อก
ติดตามกระทู้นี้
คะแนนความน่าสนใจ
domemy
หมื่น
640 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 19022
ได้รับ : 9741
ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำร
เรื่องแนวเหนือธรรมชาติที่เกิดจากจินตนาการเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก หลักฐานก็คือหนังฟอร์มยักษ์เกือบทุกเรื่องจะเป็นเรื่องเหนือโลกทั้งนั้น อย่างเรื่องเดชนายแว่นควงคทานั่นแหละ จำนวนของเรื่องพวกนี้เลยมีมากมายยิ่งกว่าภูเขาเลากาชนิดที่ว่าถ้าเอาทุกเรื่องมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ คงพอจะเอามาถมมาสร้างเป็นเกาะได้เลยแหละ...
ซึ่งสิ่งที่ทำให้เรื่องแนวปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ หรือที่เรียกกันเป็นภาษาสากลว่า ?แฟนตาซี? ต่างจากเรื่องแนวอื่นก็มีอยู่ด้วยกันสองข้อ...
นั่นคือพลังเหนือธรรมชาติ และสิ่งของวิเศษนั่นเอง!
อาวุธวิเศษ ก็เป็นของวิเศษอย่างหนึ่ง โดยเกือบทุกเรื่องมักจะมีศาสตราประเภทนี้ปรากฏอยู่อย่างน้อยหนึ่งชิ้น...เพราะมันเปรียบเสมือนสีสันที่ช่วยปรุงแต่งให้เรื่องราวสนุกสนานด้วยแสงสีเสียงที่เกิดจากอานุภาพ อิทธิปาฏิหาริย์ เหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะบางเรื่องมีมีฤทธิ์ขนาดถล่มผืนฟ้าทลายแผ่นดิน!
และอาวุธบางอัน คนก็เชื่อกันว่าเป็นของที่มีอยู่จริง!
อาวุธวิเศษของไทยเราก็มีเหมือนกันครับ...แต่หลายๆคนคงไม่อยากจะนึกถึงมันสักเท่าไหร่ เพราะมีแต่พระขรรค์ที่ยิงแสงไปมา ไม่ก็มีดหมอที่เอาไว้ฉะกะผีร้ายที่เต็มไปด้วยอาคมคุณไสย... ซึ่งหาความเท่แทบมิได้ จนรู้สึกอิจฉาพวกประเทศแถบยุโรปที่มีอาวุธวิเศษเจ๋งๆ อย่างเอ็กคาลิเบอร์ของกษัตริย์อาเธอร์แห่งบริเทน ที่ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดที่ฟันไม่ขาด...แล้วก็ห่อเหี่ยวพอกลับมาดูของตัวเอง...
แต่ฟ้าก็ยังเข้าข้าง! เพราะเรายังมีอาวุธที่กู้หน้าของเราคืนมาได้ และผมก็มั่นใจว่าพลังของมันไม่แพ้ดาบเอ็กคาลิเบอร์! ไม่สิเหนือกว่าด้วยซ้ำ! เพราะมันเป็นดาบที่กว่าจะสร้างได้ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทั้งยังเสี่ยงตายกว่ากันหลายร้อยเท่า!
ชื่อของมันคือ
ดาบฟ้าฟื้น
นั่นเอง!
ทุกคนคงจะทราบดีแล้วว่าดาบฟ้าฟื้นเป็นหนึ่งในสามของวิเศษของขุนแผน จากเรื่องขุนช้างขุนแผนนั่นเอง และเป็นดาบที่มีฤทธิ์เดชมากเพียงแค่แกว่งดาบก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ...ซึ่งสาเหตุที่มันมีฤทธิ์มากขนาดนี้ได้ เพราะมันต้องแลกด้วยความยากลำบากแบบสุดๆในการสร้าง โดยผมเชื่อว่าดาบเล่มนี้เป็นดาบที่ตีขึ้นมาได้ยากที่สุดในโลกเลยล่ะ
(เตรียมวัตถุดิบ)
ครานั้นขุนแผนแสนสนิท เรืองฤทธิ์รังสีไม่มีสอง
ได้ลูกชายเชี่ยวชาญกุมารทอง ก็สมปองคิดไว้แต่ไรมา
จะจัดแจงตีดาบไว้ปราบศึก ตรองตรึกหาเหล็กไว้หนักหนา
ได้เสร็จสมอารมณ์ตามตำรา ท่านวางไว้ในมหาศาสตราคม
เอาเหล็กยอดพระเจดีย์มหาธาตุ ยอดปราสาททวารามาประสม
เหล็กขนันผีพรายตายทั้งกลม เหล็กตรึงโลงตรึงปั้นลมสลักเพชร
หอกสัมฤทธิกริชทองแดงพระแสงหัก เหล็กปฏักสลักประตูตะปูเห็ด
พร้อมทั้งเหล็กเบญจพรรณกัลเม็ด เหล็กบ้านพร้อมเสร็จทุกสิ่งแท้
เอาเหล็กไหลเหล็กหล่อบ่อพระแสง เหล็กกำแพงน้ำพี้ทั้งเหล็กแร่
ทองคำสัมฤทธิ์นากอแจ เงินที่แท้ชาดเหล็กทองแดงดง.....?
(ตีดาบ)
....เอามาสุมคุมควบเข้าเป็นแท่ง เผาให้แดงตีแผ่แช่ยาผง
ไว้สามวันซัดเหล็กนั้นเล็กลง ยังคงแต่พองามตามตำรา
ซัดเหล็กครบเสร็จถึงเจ็ดครั้ง พอกระทั่งฤกษ์เข้าเสาร์สิบห้า
ก็ตัดไม้ปลูกศาลขึ้นเพียงตา แล้วจัดหาสารพัดเครื่องบัดพลี
เทียนทองติดตั้งเข้าทั้งคู่ หัวหมูเป็ดไก่ทั้งบายศรี
เอาสูบทั้งตัวไว้ในพิธี เอาถ่านที่ต้องย่างวางในนั้น
ช่างเหล็กดีฝีมือลือทั้งกรุง ผ้าขาวนุ่งผ้าขาวห่มดูคมสัน
วางสายสิญจน์เสกลงเลขยันต์ คนสำคัญคอยดูซึ่งฤกษ์ดี
ครั้นได้พิชัยฤกษ์ราชฤทธิ์ พระอาทิตย์เที่ยงฤกษ์ราชสีห์
ขุนแผนสูบเหล็กให้แดงดี นายช่างตีรีดรูปให้เรียวปลาย
ที่ตรงกลางกว้างงามสามนิ้วกึ่ง ยาวถึงศอกกำมาหน้าลูกไก่
เผาชุบสามแดงแทงตะไบ บัดเดี๋ยวใจเกลี้ยงพลันเป็นมันยับ
งานดีมิได้มีขนแมวพาด เลื่อมปราดเนื้อเขียวดูคมหนับ
เลื่อมพรายคล้ายแสงแมลงทับ ปลั่งปลาบวาววับจับแสงตะวัน.
..?
(ทำด้าม)
.....ด้ามนั้นทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ จารึกยันต์พุทธจักรที่เหล็กกัน
เอาผมพรายร้ายดุประจุพลัน แล้วเอาชันกรอกด้ามเสียบัดดล
ครั้นเสร็จสรรพจับแกว่งแสงวะวับ เกิดโกลาฟ้าพยับโพยมหน
เสียงอื้ออึงเอิกเกริกได้ฤกษ์บน ฟ้าคำรนฝนพยับอยู่ครั่นครื้น
ฟ้าผ่าเปรี้ยง ๆ เสียงโด่งดัง ขุนแผนฟังจิตฟูให้ชูชื่น
ได้นิมิตฟ้าเปรี้ยงดังเสียงปืน ให้ชื่อว่าฟ้าฟื้นอันเกรียงไกร
ยกขึ้นวางกลางศาลอ่านพระเวทย์ โดยเดชดาบดิ้นกระเดื่องไหว
เห็นประจักษ์ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิไกร ดีใจได้สมอารมณ์ปอง
เอาไม้ระงับสรรพยามาทำฝัก ประสมผงลงรักให้ผิวผ่อง
กาบหุ้มต้นปลายลายจำลอง ทำด้วยทองถ้วนบาทบางตะพาน?
วิธีตีดาบฟ้าฟื้นอยู่ในตำรามหาศาสตราคมครับ ดาบเล่มนี้เกิดจากการนำเอาโลหะหลากหลายชนิดมาตีรวมกันจนเกิดเป็นคมดาบ และของเกือบทั้งหมดเป็นของที่ขึ้นชื่อเรื่องอาคมทั้งนั้น เมื่อมารวมกันแล้วจึงทำให้ดาบมีอานุภาพมากมาย...
และนี่ก็คือวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ตีดาบขึ้นมาครับ!
1.เหล็กยอดเจดีย์มหาธาตุ
?ก็เหล็กที่ใช้ทำยอดเจดีย์นั่นแหละ เป็นเหล็กที่ทำเป็นนภศูลอยู่บนยอดเจดีย์ (นภศูลคือเหล็กแหลมที่ตรงขึ้นไปในอากาศครับ) แถมต้องเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุ อย่างเช่นพระธาตุลำพูน พระธาตุไชยา ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์...แค่เปิดมาข้อแรกนี่ก็เสียววูบไปทั้งตัวแล้ว ก็นรกจะกินหัวน่ะสิครับ! เล่นของสูงขนาดนี้มีหวังถูกรุมกระทืบแหงๆ...แต่คิดตามหลักความจริงแล้วน่าจะเอามาจากยอดเจดีย์หักมากกว่า (แต่ว่ากี่ชาติกว่ามันจะหัก)
2.เหล็กยอดปราสาททวารา
อันนี้หนักพอๆกับข้อแรกเลยแฮะ...เพราะที่ใช้คือเหล็กที่เป็นรแบบเดียวกับข้อแรกนั่นแหละ... แต่เปลี่ยนจากยอดเจดีย์เป็นยอดปราสาทราชวัง หรือไม่ก็เหล็กยอดซุ้มประตูอย่างประตูวิเศษไชยศรีแทนก็เท่านั้น...(ให้ตายสิ นี่มันยิ่งกว่าข้อแรกอีกนะเนี่ย!) ตัดเหล็กยอดปราสาทไปได้เลยครับ ไม่อย่างนั้นได้โดนคนทั้งประเทศสาปแช่งไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่...แก้เก้อเป็นเหล็กยอดประตูน่าจะดีกว่า แต่ปัญหาคือมันหายากพอๆกันเลยนี่สิ...
3.เหล็กขนันผีพรายตายทั้งกลม
เหล็กตัวปลิง หรือตะปูของหมอผี เขาว่าเป็นเหล็กที่มีชื่อทางอาคมคุณไสยที่สุด...ทำไมถึงมีชื่อที่สุดเหรอ? ก็เพราะมันต้องผ่านพิธีสุดสยองสยิวกิ้วที่เรียกว่า ?ขนัน? เสียก่อน ใครกลัวก็ละจากตรงนี้ไปเลยครับ เพราะพิธีที่ว่าคือการข่มผีตายโหง ซึ่งนับว่าเป็นผีที่ขึ้นว่าเฮี้ยนสุดๆ โดยเฉพาะผีตายทั้งกลม คือผู้หญิงที่ตายพร้อมกับลูกในครรภ์อย่างแม่นากพระขโนงนั่นแหละ วิธีการทำเหล็กขนันนั้นคือการเอาตะปูตอกเข้าขมับของศพตายโหงหรือผีตายท้องกลมนั้นเพื่อสะกดวิญญาณ มิให้มันออกมาอาละวาด...แน่นอนครับว่าถ้าเอาออกเมื่อไหร่เป็นเรื่องแน่...แค่จะเอาเหล็กก็หลอนแล้ว แต่พอได้มาแล้วหลอนยิ่งกว่าอีก เพราะวิญญาณมันหลุดออกมาได้แล้วครับ! ถ้าไม่ทำตัวเป็นหมอผีสู้กับมัน ก็ต้องเป็นตูบวิ่งโกยสุดชีวิตเลยครับ!
4.เหล็กตรึงโลง
เหล็กตรึงโลงในที่นี้ก็คือเหล็กตรึงตะปูโลงผี โลงผีนี่ต้องใส่ศพแล้วนะครับ ไม่ใช่แค่หีบศพว่างเปล่า...อันนี้ก็หลอนอยู่แต่ก็ไม่เท่าข้อเมื่อกี้ล่ะนะ...
5.ปั้นลมสลักเพชร
อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อยครับ เพราะ ไม่ต้องไปลุยป่าช้าฉะกับผี หรือเสี่ยงลงนรกอย่างข้อข้างบน ของสองอย่างนี้หาได้จากบ้านทรงไทยครับ ปั้นลม คือเหล็กที่ยอดจั่วบ้านเหมือนช่อฟ้า สลักเพชร สลักบานประตู เป็นเหล็กลิ่มใช้ขัดกลอนประตูหน้าต่างไม่ให้เคลื่อนที่ แต่สลักเพชรจะสลักให้หัวเป็นปุ่มเวลาขัดจะถอดได้ยากกว่าลิ่มปกติ
5.หอกสำริดกริชทองแดงพระแสงหัก
รวมๆกันก็คือบรรดาอาวุธที่ชำรุดในการศึก สมัยก่อนมีการสู้รบกันบ่อยๆก็หาได้ง่ายๆ แต่สมัยนี้คงต้องเป็นจอมโจรลูแปงย่องไปขโมยจากพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว...ซึ่งศาสตราวุธที่ชำรุดเสียหายนี่คนไทยว่าเป็นของขลังอย่างหนึ่ง
6.เหล็กปฏักสลักประตูตะปูเห็ด
อันนี้มีสามอย่างครับ คือปฏักที่ใช้แทงวัวแทงควายในแบบเรียนพยัญชนะไทยสมัยอนุบาลนั่นแหละซึ่งเดี๋ยวนี้หาดูยากมาก, เหล็กสลักประตู ในประตูเมือง หรือประตูใหญ่ที่สำคัญ จะมีสลักประตูทำด้วยเหล็ก ก็ให้เอาเหล็กนั่นแหละมาใช้ ส่วนตะปูเห็ด คือตะปูโบราณดอกใหญ่ ที่หัวตะปูนั้นแบนใหญ่เหมือนรูปเห็ด เช่น ตะปูสังขวานร เป็นตะปูหล่อหัวโต ๆ ส่วนใหญ่เขาเอาไว้ย้ำประตูโบสถ์...สองอันหลังนี่รู้สึกจะเข้าข่ายโจรกรรมนะเนี่ย
7.เหล็กเบญจพรรณกัลเม็ด
โลหะต่างๆ ๕ ชนิดครับ คือ ทองคำ เงิน ทองแดง ตะกั่ว และดีบุก พวกนี้หาได้ทั่วๆไปและมีคุณสมบัติต่างกันไป ซึ่งจะขอพูดทีหลัง
8.เหล็กบ้าน
ตรงตัวครับ! เหล็กบ้านเรานี่แหละ! คาดว่าน่าจะเป็นเพราะส่วนคมดาบต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นของๆเราเป็นส่วนผสม ไม่งั้นจะควบคุมได้ไม่ดี (คาดการณ์เอาเองนะ)
9.เหล็กไหลเหล็กหล่อบ่อพระแสง
เหล็กไหล เป็นโลหะชนิดหนึ่งเชื่อกันว่าเอาไฟเทียนลนก็ไหลย้อยออกได้ มีคุณวิเศษในการใช้ป้องกันตัว ทำให้อยู่ยงคงกระพัน เป็นของในตำนานเลยครับ ส่วนใหญ่ที่มีกันก็ของปลอมทั้งนั้น, เหล็กหล่อ เป็นเหล็กที่ได้มาจากเตาถลุง มีส่วนผสมของธาตุคาร์บอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส ซิลิคอน และกะมะถัน ปนอยู่ด้วย ส่วนเหล็กหล่อบ่อพระแสงนั้นก็คือเหล็กบ่อเมืองตรอนตรีสิทธิ์ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ่อเหล็กที่ใช้พระแสงศาสตราวุธให้กับพระมหากษัตริย์ไทยมาแต่โบราณกาล
10.เหล็กกำแพงน้ำพี้ทั้งเหล็กแร่
เหล็กกำแพง หมายถึง เหล็กที่เอามาจากเมืองกำแพงเพชรครับ ตรงตัวเลย ส่วนเหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กกล้าโบราณ มีตำนานเล่าขานมาหลายร้อยปี ว่าเป็นเหล็กชั้นดี มีคุณภาพสูงและมีเพียงแห่งเดียวในโลก อยู่ที่บ้านน้ำพี้ ม.1 ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ (เหล็กบ่อน้ำพี้คู่กับบ่อพระแสง) เป็นเหล็กแกร่ง มีความเหนียวและเกิดสนิมยาก จากตำราพิชัยสงคราม(ไม่ใช่ของซุนวูนะ)ได้กล่าวไว้ว่า เหล็กน้ำพี้ เป็นโลหะ มหัศจรรย์อานุภาพ มีพลังในตัว มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ทุก ๆ อณูสามารถป้องกันคุณไสยและสิ่ง เลวร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาดำ ถือว่าเป็นศิริมงคล แก่ผู้ที่มีไว้ครอบครองเป็นอย่างยิ่ง...ฟังดูน่าสนใจ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเหล็กชองบ่อน้ำพี้กับบ่อแสงใช้สำหรับตีดาบของพระมหากษัตริย์เท่านั้น! (เอาล่ะสิ เล่นของสูงหลายอันแล้ว...) ว่าแต่ขุนแผนไปเอามาได้ยังไงล่ะนี่...?
11.ทองคำสัมฤทธิ์นากอแจ
ทองคำสัมฤทธิ์ หรือ สำริด เป็นโลหะผสมประกอบด้วย ทองเหลือง ดีบุก สังกะสี และตะกั่วของที่ทำด้วยสำริดหรือสัมฤทธิ์ถือว่าเป็นของขลังอย่างหนึ่ง, เหล็กนากจากเมืองอาเจะห์ เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียโน่นล่ะ น่าจะได้มาจากการค้าขาย เพราะขุนแผนคงจะไม่ลงทุนขนาดขึ้นเรือข้ามประเทศเพียงเพราะต้องการซื้อเหล็กหรอก
12. เงินที่แท้ชาดเหล็กทองแดงดง
เงินแท้ หรือก็คือเงินบริสุทธิ์ ทางยุโรปเขาเชื่อกันว่าแร่เงินเป็นแร่ศักดิ์สิทธิ์มีอำนาจกำราบผีร้าย ส่วนทองแดงดงคือ แร่ทองแดงที่ดงพญาไฟ ที่เมื่อก่อนเคยมีโจรป่าชุกชุม...
แค่จะหาของให้ครบก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้วครับ เสียตั้งแล้วเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางไม่พอ ดีไม่ดีได้นอนในซังเต ไม่ก็โดนกระทืบตาย หรือจับไข้หัวโกร๋น แถมตายไปยังทำท่าว่าจะตกนรกอีกแน่ะ เจ้าประคุณเอ๊ย~ คนเขียนตำรานี่ก็ช่างคิดสร้างดาบดีจริงๆ!
พอได้วัตถุดิบมาครบแล้วก็ยังไม่จบครับ เพราะยังเหลือการตีดาบกับทำด้ามอีก ซึ่งก็ยุ่งยากไม่แพ้กันแหละ แต่งวดนี้ไม่ต้องไปเสี่ยงตายครับ...ละลายทรัพย์อย่างเดียว...เพราะต้องมี
พิธีบวงสรวงรอฤกษ์งามยามดี คือวันเสาร์ขึ้น 15 ค่ำ
แถมช่างที่ตีต้องเป็นช่างมีฝีมือชื่อกระฉ่อนกรุง ถามใครก็รู้จักไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดง หรือเด็กเพิ่งคลอดก็ไม่เว้น(อันนี้ล้อเล่นน่ะ)! คิดดูละกันว่าพี่ช่างแกจะโก่งราคาค่างวดขนาดไหน!? แต่ถ้ามีเงินพอแล้วก็ใจป้ำที่จะยอมกระเป๋าฉีกเพื่อยอดดาบแล้ว ก็มาเริ่มตีดาบฟ้าฟื้นกันได้เลย!
เมื่อได้เหล็กมาครบแล้วก็ให้ตั้งมณฑลพิธีล้อมด้วยราชวัฏฉัตรธงทั้ง 4 มุม ตรงกลางตั้งพิธีดาดด้วยผ้าขาว ลงยันต์เพดานทั้งด้านหน้าด้านหลัง แล้วหาเครื่องกระยาสังเวย สําหรับบูชาเทพยดาอารักษ์และครูบาอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา อันประกอบด้วย
มัจฉะมังษาหาร 6 ประการ พร้อมเครื่องกระยาบวช ขนมแห้ง ขนมหวานอีกผลไม้ 9 อย่าง เทียนเงินเทียนทองหนัก 4 บาท 1 คู่ (ไม่ใช่น้อยๆเลยนะนั่น) เมื่อได้วันดีคือวันเสาร์ขึ้น 15 ค่ำ
จึงบูชาครูบาอาจารย์และเทพยดาฟ้าดิน จากนั้นจึงเริ่มพิธีตีดาบตามบทเสภาพข้างต้น โดยให้นายช่าง V.I.P. ของเรานุ่งขาวห่มขาวมาตีตัวดาบ แล้วก็จัดการเผาแล้วขัดด้วยตะไบ...พอเสร็จแล้วจะได้
ดาบสีเขียวแมลงทับมันวับยาวหนึ่งศอก กว้างสามนิ้วกว่าๆ
...มาถึงตรงนี้ถ้าใครคิดว่าจบแล้วข้ามไปทำด้ามล่ะก็ขอบอกว่าคิดผิด! เพราะแค่โลหะอย่างเดียวมันไม่พอจะเป็นยอดดาบ จึงต้องมาการลงคาถาอาคมทั้งของพุทธและพราหมณ์อีกร้อยแปดชนิดที่เรียกว่าขุดกันมาหมดตำราเลยก็ว่าได้ แถมยังต้องท่องซ้ำๆกันอีกอย่างละเก้าบทเป็นอย่างน้อย แถมบางบทยังมีการกำหนดจังหวะลมหายใจอีก! เอากับมันสิ!
พอลงคาถาเสร็จตั้งแต่ปลายดาบจนถึงด้าม ทีนี้ก็มา"
ทำด้ามกันล่ะ ให้เอาเกษร108 และยามุกใหญ่(ยาสารพัดอย่าง)มาบดให้ละเอียด แล้วบรรจุในด้าม
และแน่นอนว่าตอนบดก็ต้องท่องคาถาไปด้วย
..."
ตัวด้ามทำมาจากไม้ชัยพฤกษ์มาสลักยันต์พุทธจักรที่เหล็กกั่น (ส่วนที่กันระหว่างคมดาบกับด้าม)
แล้วก็เอาผมของพีพรายตัวร้ายๆใส่เข้าไป ซึ่งแนะนำให้เป็นพวกแสบๆ เฮี้ยนๆ จะดีกว่า ของแบบนี้ยิ่งดุยิ่งดีครับ ขลังดี (แนะนำว่าให้เอาของเจ้าตัวที่ไปเอาเหล็กขนันนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องไปหลายรอบ) จากนั้นก็เอาที่บดไว้ตั้งกะเมื่อกี้มาบรรจุลงไปในด้ามท่องคาถาให้จบก็เป็นอันเสร็จ!
พอทำเสร็จขุนแผนก็ดีใจสิครับ ลำบากมาตั้งขนาดนั้น ก็เลยลองแกว่งเล่น...ผลปรากฏคือฟ้าผ่า! ฟ้าผ่าดังเปรี้ยงปร้างเป็นเสียงปืนเลยครับ! ขุนแผนงี้ดีใจตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล จนอยากจะตีลังกาสามสิบหกตลบแล้วร้องเพลงบางระจันเป็นภาษาสันสฤตสักสามรอบ(อันนี้ก็เวอร์ไป) ก็แหม...กว่าจะได้มาใช้นี่ลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่ ถ้าไม่ดีขนาดนี้คงนั่งหมดอาลัยตายอยากไปเป็นเดือนแน่ๆ...หลังจากทดสอบประสิทธิภาพแล้วก็ตั้งชื่อให้ดาบตัวเองว่า ?ฟ้าฟื้น? แล้วก็เอาไปวางกลางศาลเพื่อลงอาคมต่อจนดาบดิ้นได้ (ในทางไสยศาสตร์ดาบดิ้นได้หมายความว่าอาคมเข้าไปในดาบเรียบร้อย) แล้วก็จัดการทำฝักดาบ ก็ได้ดาบฟ้าฟื้นยอดศาสตราที่เสร็จสมบูรณ์!
ฤทธิ์ของดาบฟ้าฟื้นก็อย่างที่กล่าวไปแล้ว เพียงแค่แกว่งก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ ถ้าเอาไปฉะกับใครก็หวังได้เลยว่ามันต้องลงนรกไม่ก็ขึ้นสวรรค์แน่ นอกจากนั้นก็มียังมีผลทำให้สามารถปราบศัตรู ภูตผีปิศาจได้ทุกชนิด ทั้งยังทำให้ผู้ใช้อยู่ยงคงกระพัน ไร้รอยแผลจากบรรดาศาสตราวุธทั้งปวง เรียกว่าทำให้เป็นยอดมนุษย์ก็ไม่น่าจะผิด...
แต่ทุกสิ่งในโลกย่อมจะมีด้านดีและไม่ดี พลังอำนาจวิเศษที่มากมายขนาดนี้ถ้าอยู่ในมือของคนดีก็ดีไป แต่ถ้าหากตกอยู่ในมือคนชั่วก็รังแต่จะทำให้เกิดภัยพิบัติ บูรพาจารย์เจ้าของตำรามหาศาสตราคมเลยสาปแช่งไว้อย่างรุนแรงว่าดาบนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้เป็นคนดี ถ้าเป็นคนชั่วจะไม่สามารถใช้ให้มันสำแดงฤทธิ์ได้ และต้องรับผลคำสาปอย่างอื่นตามมา...
นั่นก็คือดาบฟ้าฟื้น...อาวุธที่ต้องผ่านขั้นตอนพิธีกรรมต่างๆมากมาย เป็นสิ่งที่ต้องสร้างด้วยความยากลำบาก จึงจะออกมาเป็นยอดศาสตราอำนาจล้นฟ้าเล่มนี้...ซึ่งความยากลำบากในการสร้างก็คือสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนกับพลังอำนาจ...เพราะการจะได้สิ่งใดมาย่อมต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกันนั่นเอง
*******************************
ข้อมูลหลักหามาจากบทความของคุณอัศวินอโยธยาแห่งเว็บเด็กดี และที่เหลือหาเอาในกูเกิลครับ
แก้ไข โดย domemy เมื่อ 01.09.2008 11:57
25.04.2008 02:52 (36390)
ต้อม ปืนลั่น
หมื่น
486 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 2797
ได้รับ : 9588
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
อนุโมทนาด้วยจ้ะ
25.04.2008 15:00 (36461)
แววตะวัน
ขุน
94 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 1382
ได้รับ : 1775
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
โมทนาครับ ได้ความรู้อีกแล้ว
27.04.2008 21:28 (36612)
nirvanarz
หลวง
830 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 20134
ได้รับ : 15150
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
โมทนาครับ อยากรู้อะไร ต้องถามพี่กูจริงๆ ( กูเกิ้ลหน่ะ ) ;D
13.06.2008 17:44 (42131)
เจ่อหร๊าด
ขุน
637 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 25707
ได้รับ : 5715
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
ทำได้ตามนี้ ผมขอบูชา[glow=red,2,300]ทันที[/glow]หนึ่งเล่มครับ
ขอโมทนาครับ
13.06.2008 22:24 (42152)
Chatchanee
หลวง
422 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 16865
ได้รับ : 8072
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
อนุโมทนาด้วยค่ะ...ได้ความรู้มากๆเลย
09.08.2008 01:33 (47004)
รติโก
หลวง
237 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 3
ได้รับ : 6211
Re: ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ไม่ต้องบูชาให้เสียเงิน
ขึ้นต้นหัวแบบนี้ผู้อ่านคงอึ้งไปเล็กน้อย ตรงนี้ผู้เขียนอยากจะบอกว่าก่อนที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นมา ผู้เขียนลองเข้าไปดูหลายๆ เวปเพจเกี่ยวกับเหล็กน้ำพี้ และก็ต้องถึงกับงงไปเล็กน้อย เพราะมีผู้ที่เข้าใจผิดกันอยู่มาก นั่นคือ บางคนได้บูชาดาบเหล็กน้ำพี้ไปและนำไปทดสอบฟันเก้าอี้ ฟันตะปู คงคิดว่าตัวเองเป็นนักรบสมัยอดีต ตรงนี้จะโทษท่านก็ไม่ได้เพราะข้อมูลที่ทุกคนทราบเกี่ยวกับเหล็กน้ำพี้นั้น เป็นดาบที่นักรบในสมัยอดีตได้ใช้ แต่ทว่าในปัจจุบันเราไม่ได้ไปออกรบตีรันฟันแทงกับใคร
เมื่อเป็นแบบนี้ช่างตีดาบจึงทำการตีดาบรูปทรงปลายข้าว เพื่อความสวยงาม ประจวบกับผู้บูชาจะได้นำมาตั้งในห้องทำงาน หรือ ห้องพระได้สะดวก อีกทั้งเนื้อเหล็กที่นำมาตีดาบในปัจจุบันน้อยกว่าเนื้อเหล็กในอดีตเพราะมีราคาแพง และหายาก ถ้าหากอยากจะนำไปตีรันฟันแทงต้องลงทุนจ่ายมากหน่อยรับรองว่าขาดแน่ๆ
ตรงนี้ผู้เขียนอยากอธิบายเพิ่มเติมสักนิดว่า ดาบเหล็กน้ำพี้มีตัวแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด 1 ในแร่ธาตุนั้นมีคุณสมบัติยืดหยุ่น และสปริงตัวสูง ตรงนี้จะสังเกตุได้ว่า บางคนบอกเอาไปฟันไม้แล้วดาบย้วย แต่ไม่หัก ก็ว่าดาบไม่คม แล้วคุณซื้อได้ไปไม่ได้ศึกษาหรือไรว่า ดาบน้ำพี้นั้นอย่างน้อยไม่หักเหมือนเนื้อเหล็กโดยทั่วไป ถ้าอยากได้เอาไปทดสอบแบบนั้น ผู้เขียนไม่เห็นด้วยจริงๆ เพราะดาบเหล็กน้ำพี้เขามีไว้บูชาเสริมบารมีตนเองและเก็บไว้ให้วงศ์ตระกูล เนื้อเหล็กไม่ได้หาได้ง่ายๆ การขุดขึ้นมาแต่ละครั้ง บางคราวลึกเท่าตัวเรายังไม่เจอเลย
เพราะแบบนี้คุณควรภูมิใจที่มีดาบเหล็กน้ำพี้มากกว่าที่จะภูมิใจในตัวดาบเอามาไล่ฟันอะไรต่างๆ เพราะบ้านเมืองไหนเขาย่อมอยากมีของที่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ทั้งนั้น เราจะเรียบเรียงให้ฟังว่าดาบเหล็กน้ำพี้ดียังไงล่ะกัน.......
ดาบเหล็กน้ำพี้ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ของดาบดีที่สุดในโลก คือ
ดาบวงพระจันทร์ หรือ ดาบดามัสกัส ของอาหรับ แสดงศิลปะอารยธรรม ของชนชั้นปกครอง
ดาบซามูไรของญี่ปุ่นแสดงศิลปอารยธรรม ของชนชั้นปกครอง และ...
ดาบเหล็กน้ำพี้อันวิเศษลือชื่อของไทยได้รับการยืนยันอย่างแน่นอนว่า ดาบน้ำพี้ คือเครื่องหมายที่แสดงถึงศิลปะอายธรรมของชน ชั้นปกครองของไทยแต่โบราณ ที่เอามาสร้างเป็นศาสตราวุธต่างๆ ต่อสู้อริราชศัตรูปกป้องเอกราชและกอบกู้เอกราชของชาติไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้
***************************************************************************************
http://numpeeiron.com/wizContent.asp?wizConID=75&txtmMenu_ID=48
***************************************************************************************
15.08.2008 15:31 (47600)
กระทู้ถูกล็อก
คนเมืองบัว
>
ชมรมรักพระโพธิญาณ
>
ยอดศาสตราอาคมสยบหล้า ด้วยฤทธาเดชกล้าฟ้าคำรณ
หน้า :
1
ไปที่ :
ดูกระทู้ที่ติดตามอยู่
เว็บบอร์ดคนเมืองบัว
บอร์ดคำตอบ
เว็บบอร์ดเดิม ปี ๔๖ - ๕๐
แหลมเข้ามาข้าจะตอบ ปี ๔๕
เว็บบอร์ดทั่วไป
ห้องนั่งเล่น
ธรรมะจากห้องแชท
กำหนดการบรรยายธรรม โดย คนเมืองบัว
ชมรมรักพระโพธิญาณ
บอกข่าวบุญและโมทนาบุญ
ซื้อขายแลกเปลี่ยน
ติดต่อเว็ปมาสเตอร์
ร่วมสนุก แจกฟรี
วัตถุมงคล คนเมืองบัว
วัตถุมงคล อธิษฐานจิต โดย คนเมืองบัว
ประสบการณ์วัตถุมงคลคนเมืองบัว
แจกฟรี พระบรมสารีริกธาตุองค์ปัจจุบัน วรรณสีแดง
เสียง อ.ไก่ (คนเมืองบัว)
เรื่องที่น่าสนใจ
สัตยาบัน เว็บคนเมืองบัว
วัตถุมงคลชมรมดาบฟ้าฟื้น
รายงานการเปลี่ยนชื่อ
กฏระเบียบการใช้งานเว็บบอร์ด
คู่มือการใช้งานเว็บบอร์ด
FAQ (คำถามยอดฮิต)
เลือกขนาดตัวอักษร
ค้นหา
พจนานุกรม
Page generated in 0.928352 seconds.