ปกิณกะธรรม ตอนที่ ๕
โดย คนเมืองบัว
กฎไตรลักษณ์ ๓ ประการ
เป็นพื้นฐาน ที่ทุกท่านควรให้ความสำคัญนำไปประพฤติ
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ทุกท่านโปรดตั้งกำลังใจดังต่อไปนี้
๒.พอที่จะอธิบายพอสังเขปดังนี้
xxxxxxxx
กฎไตรลักษณ์ ๓ ประการ
๑.อนิจจัง ความเกิดขึ้นของสรรพสิ่ง มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
๒.ทุกขัง มีความตั้งมั่นอยู่ของสรรพสิ่ง เป็นไปได้ชั่วขณะ มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
๓. อนัตตา ในที่สุดสรรพสิ่งนั้นๆ ก็คงทนอยู่นานไม่ได้ ย่อมศูนย์หายไป มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
ลำดับในการยึดมาและต่อต้าน กฎไตรลักษณ์ ๓ ประการ
ตัณหา ๓ → ก่อให้เกิด → การยึดมั่นใน ขันธ์ ๕ ที่เรียกว่า อุปทานขันธ์ ๕ → ก่อให้เกิด → กิเลส ๓ (ราคะ โทสะ โมหะ) → ก่อให้เกิด → โลกธรรมแปด (มีลาภ – เสื่อมลาภ / มียศ – เสื่อมยศ / สุข – ทุกข์ -/ สรรเสริญ – นินทา)
ต่อนี้จะเป็นการยกตัวอย่าง โลกธรรม ๘ คู่เคียงกับ กฎไตรลักษณ์ ๓
๑) อนิจจัง ความเกิดขึ้นของสรรพสิ่ง มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
ความไม่เที่ยงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในสรรพสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ ตันหา ที่อยู่ในใจเรา คอยเก็บเกี่ยว และปรุงแต่งยึดมั่นถือมั่น ในสรรพสิ่ง ว่าเป็นของเรา โดยเฉพาะโลกธรรม แปด ( มีลาภ-เสื่อมลาภ / มียศ-เสื่อมยศ / สุข-ทุกข์ / สรรเสริญ-นินทา)... .ฯลฯ.... เราอยากได้ใคร่ดี ระหว่างนี้แหละ ก็เป็นทุกข์อย่างยิ่งถ้าไม่ได้มา หรือ ได้มา
๒) ทุกขัง มีความตั้งมั่นอยู่ของสรรพสิ่ง เป็นไปได้ชั่วขณะ มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
ในระหว่างที่เรากำลังยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นของเรา โดยเฉพาะโลกธรรม แปด ( มีลาภ-เสื่อมลาภ / มียศ-เสื่อมยศ / สุข-ทุกข์ / สรรเสริญ-นินทา)...ฯลฯ.... เมื่อได้ในสิ่งที่อยากแล้ว ก็ไม่อยากให้เสื่อมไป ในขณะที่เรามีความพึงพอใจอยู่ มุ่งที่จะให้สรรสิ่งนั้นอยู่กับเรานานๆ ก็เป็นทุกข์อย่างยิ่ง ....เมื่อได้ในสิ่งที่อยากแล้ว เกิดความเบื่อหน่ายไม่ต้องการคลอครองในสรรพสิ่งนั้น ก็อยากให้เสื่อมไป มุ่งที่จะให้สรรสิ่งนั้นอยู่กับเราศูนย์หายไปเร็วๆ ก็เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
๓) อนัตตา ในที่สุดสรรพสิ่งนั้นๆ ก็คงทนอยู่นานไม่ได้ ย่อมศูนย์หายไป มีอยู่แล้วเป็นธรรมดา
ในระหว่างที่เรากำลังยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นของเรา โดยเฉพาะโลกธรรม แปด ( มีลาภ-เสื่อมลาภ / มียศ-เสื่อมยศ / สุข-ทุกข์ / สรรเสริญ-นินทา)... .ฯลฯ.... เมื่อได้ในสิ่งที่อยากมาแล้ว ในที่สุดกลับต้องเสื่อมสลายไปศูนย์หายไป ตามกาล ....ก็ต้องทุกข์อย่างยิ่ง
พึงใช้ปัญญาตรวจสอบในสรรพสิ่งที่ เรา รู้จัก ที่เรายึดมั่นได้ หมายรู้ แล้วมีอุปทานว่าเป็นของเรา ว่าต่างก็ไม่อาขสามารถ ที่จะรอดพ้นในกฎไตรลักษณ์นี้ได้เลย อย่างที่เรียกว่าตลอดกาลตลอดสมัย
วิธีที่จะละออกจากกฎไตรลักษณ์ ได้อย่างถาวร คือ การตัดกิเลสให้เป็น สมุเฉทประหาร โดยสิ้นเชิง อุปมาดั่งประดุดั่งไฟไม่เหลือเชื้อ
เชื้อในที่นี้ หมายถึง สังโบชน์ ๑๐ ประการ มุ่งสู่แดนพระนิพพาน ที่จะกล้าวในคราวต่อไปอย่างแยบคาย
Xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
ขอจบเพียงนี้ก่อน
ขอทุกท่านได้โปรดโมทนาเถิด
คนเมืองบัว |