หน้าแรก ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ วิธีการแก้ไขดวง / อธิฐานพิเศษ เว็บบอร์ด ห้องสนทนา แผนที่สอนพระกรรมฐาน

หน้าแรกเข้าระบบสมัครสมาชิก
ไปที่ :
หน้า : 1 
กระทู้ที่ 6900กระทู้ถูกล็อก
  คะแนนความน่าสนใจ    
นัฐภณฏ์
ขุน

44 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 4120
ได้รับ : 917
สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
 เมื่อก่อนผมจะฝึกภาวนา พุท โธ ตอนมีเวลาว่างเมื่อไรก็จะภาวนาเพื่อให้จิตทรง ณาน ครับ
แต่พอได้รู้จัก นะ มะ พะ ธะ จากการฝึก มโนมยิทธิ ผมจะขอเปลี่ยนการภาวนาจาก พุท โธ มาเป็น
นะ มะ พะ ธะ จะได้ไหมครับ และถ้าภาวนาจนคล่องแล้ว จะทำให้ได้ กสิณ ดิน น้ำ ลม ไฟ  จริงไหมครับ
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ
 ขอโมทนาบุญ ทุกประการครับ
แก้ไข โดย นัฐภณฏ์ เมื่อ 22.12.2008 07:33
22.12.2008 07:31 (58965)
MAN
จมื่น

1516 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 7792
ได้รับ : 19682
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

   การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกควบคู่กับคำภาวนา เป็นพื้นฐานของการปฏิบัติพระกรรมฐาน
โดยเฉพาะการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าสามารถปฎิบัติจนคล่องก็สามารถ
ทรงฌาณ ๔ และต่อเนื่องไปจนถึงสมาบัติ ๘ ในส่วนของกสิน ยกตัวอย่าง อาโปกสิน (กสินน้ำ)
เท่าที่เคยลองปฏิบัติ ให้จับภาพน้ำในแก้ว แล้วภาวนา อาโปกสินัง ๆๆๆ ควบคู่กับการกำหนดรู้ลมหายใจ
ส่วนกสิณกองอื่นๆ ก็ปฏิบัติ เหมือนกัน ต่างกันแค่ การจับภาพนิมิตของกสินในแต่ละกอง
 
แก้ไข โดย MAN เมื่อ 22.12.2008 08:31
22.12.2008 08:28 (58972)
SuperNon
หลวง

383 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 2161
ได้รับ : 11359
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

ขอทราบครับ
ว่าฝึกกสิณ สำคัญที่นิมิตใช่ไหมครับ
จำเป็นไหมว่าต้องท่องคำภาวนานั้น ๆ
เช่น เพ่งภาพไฟ ภาวนานะมะ พะทะ เป็นต้น
เพราะคล้ายกับเคยทราบมาว่า สำคัญอยู่ที่ภาพที่ปรากฏครับ

22.12.2008 19:49 (59033)
MAN
จมื่น

1516 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 7792
ได้รับ : 19682
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

ขอทราบครับ
ว่าฝึกกสิณ สำคัญที่นิมิตใช่ไหมครับ
จำเป็นไหมว่าต้องท่องคำภาวนานั้น ๆ
เช่น เพ่งภาพไฟ ภาวนานะมะ พะทะ เป็นต้น
เพราะคล้ายกับเคยทราบมาว่า สำคัญอยู่ที่ภาพที่ปรากฏครับ



  กสินจัดเป็นกรรมฐานหยาบ เพราะมีนิมิตเป็นเครื่องโยงจิตควบคู่ไปกับอานาปา ฯ และคำภาวนา
ของกสินแต่ละกอง  ผมเองก็คิดเหมือนกับคุณที่ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจับนิมิตของกสินแต่ละกองครับ
โดยนิสัยส่วนตัวของผมเป็นคนที่ขี้เกียจ  เคยคิดว่ากว่าเราจะทรงอภิญญา ๕ ก็ต้องสำเร็จกสินทั้ง ๑๐ กอง

กว่าจะถึงวันนั้นคงจะหัวหงอกแน่ๆ  นึกภาพตัวเองแก่หัวหงอกถือไม้เท้า แล้วเหาะไปโน่นไปนี้ รู้สึกว่าอนาถใจจริงๆ
จึงเสาะหาทางลัดในการฝึก  ด้วยการภาวนา "สัมปจิตฉามิ" คาถานี้เป็นคาถาเร่งอภิญญา ถ้าทำได้ถึงที่สุดก็สามารถ
ที่จะใช้ผลของกสินได้ทั้ง ๑๐ กอง ครับ
 
แก้ไข โดย MAN เมื่อ 22.12.2008 20:27
22.12.2008 20:27 (59035)
SuperNon
หลวง

383 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 2161
ได้รับ : 11359
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

ขอทราบเพิ่มเติมครับ
1.หนึ่งในญาณของคุณคือทิพย์จักขุญาณนั้น มีวิธีการใช้อย่างไรครับ
คุณเห็นภาพเองเลย หรือว่าแค่ทำใจให้สงบ หรือใช้คำภาวนาควบไปด้วยครับ
2.เรื่องมโนมยิทธิ ทราบมาว่าต้องเป็นผู้ที่เคยได้ฌาณมาก่อนในอดีต
ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้ หมายถึงฌาณที่เท่าไรครับ
ขอบคุณครับ...
 

แก้ไข โดย SuperNon เมื่อ 23.12.2008 05:48
22.12.2008 22:19 (59047)
นัฐภณฏ์
ขุน

44 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 4120
ได้รับ : 917
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
 ถ้าหากเราหันมาภาวนา สัมปจิตฉามิ แทนแล้วเราต้องไปเพ่งอะไรหรือเปล่าครับหรือภวานาให้คล่องเฉยครับ
การภวานาคือ หายใจเข้า สัมปจิตฉามิ หายใจออก สัมปจิตฉามิ ใช่ไหมครับ
23.12.2008 07:34 (59062)
MAN
จมื่น

1516 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 7792
ได้รับ : 19682
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

ขอทราบเพิ่มเติมครับ
1.หนึ่งในญาณของคุณคือทิพย์จักขุญาณนั้น มีวิธีการใช้อย่างไรครับ
คุณเห็นภาพเองเลย หรือว่าแค่ทำใจให้สงบ หรือใช้คำภาวนาควบไปด้วยครับ
2.เรื่องมโนมยิทธิ ทราบมาว่าต้องเป็นผู้ที่เคยได้ฌาณมาก่อนในอดีต
ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้ หมายถึงฌาณที่เท่าไรครับ
ขอบคุณครับ...
 




  ทิพย์จักขุญาณแปลว่า " มีจิตรู้คล้ายตาทิพย์ "  วิธีใช้ไม่ยากแค่นึก ภาพก็จะปรากฏทันที เหมือนกับเรา
นั่งดูโทรทัศน์ ครับ  ไม่จำเป็นต้องทำให้ใจสงบ หรือภาวนา เพราะถ้าทำอย่างนั้น มันจะช้าเกินไป อธิบาย
ง่ายๆ ก็คือ เวลาเราอยากรู้อะไรก็แค่นึก ภายในเสี้ยววินาทีภาพจะปรากฏทันที  บางครั้งถูบ้านอยู่ ล้างจานอยู่
เข้าส้วมอยู่ ภาพก็จะปรากฏ โดยที่เราไม่ต้องกำหนดจิตเลย  

  ส่วนเรื่องมโนมยิทธิ ผู้ที่ฝึกส่วนมากแล้ว จะเคยได้ วิชชา ๓ หรือ อยู่ในสายอภิญญามาในอดีต 
มาในชาตินี้เลยมีความสนใจในมโนมยิทธิ คุณเองก็สนใจ แสดงว่าในอดีตคุณเองก็เคยปฏิบัติมาก่อน





ถ้าหากเราหันมาภาวนา สัมปจิตฉามิ แทนแล้วเราต้องไปเพ่งอะไรหรือเปล่าครับหรือภวานาให้คล่องเฉยครับ
การภวานาคือ หายใจเข้า สัมปจิตฉามิ หายใจออก สัมปจิตฉามิ ใช่ไหมครับ


  หายใจเข้าภาวนา สัม-ปะ-จิต  หายใจออกภาวนา ฉา-มิ   เท่าที่เคยลอง ภาวนา + กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก
ก็มีผลครับ  ถ้าจับภาพพระด้วยก็ดีครับ  ได้อานิสงฆ์ พุทธานุสติกรรมฐานเพิ่มด้วย ลองดูครับ
 
 
แก้ไข โดย MAN เมื่อ 23.12.2008 08:35
23.12.2008 08:33 (59068)
ลิงผัน
หลวง

416 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 3180
ได้รับ : 10394
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
 ถ้าหากเราหันมาภาวนา สัมปจิตฉามิ แทนแล้วเราต้องไปเพ่งอะไรหรือเปล่าครับหรือภวานาให้คล่องเฉยครับ
การภวานาคือ หายใจเข้า สัมปจิตฉามิ หายใจออก สัมปจิตฉามิ ใช่ไหมครับ



หายใจเข้า สัมปจิต หายใจออก ฉามิ ค่ะ
 
23.12.2008 08:34 (59069)
SuperNon
หลวง

383 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 2161
ได้รับ : 11359
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ

ขอทราบเพิ่มเติมครับ
1.หนึ่งในญาณของคุณคือทิพย์จักขุญาณนั้น มีวิธีการใช้อย่างไรครับ
คุณเห็นภาพเองเลย หรือว่าแค่ทำใจให้สงบ หรือใช้คำภาวนาควบไปด้วยครับ
2.เรื่องมโนมยิทธิ ทราบมาว่าต้องเป็นผู้ที่เคยได้ฌาณมาก่อนในอดีต
ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้ หมายถึงฌาณที่เท่าไรครับ
ขอบคุณครับ...
 




  ทิพย์จักขุญาณแปลว่า " มีจิตรู้คล้ายตาทิพย์ "  วิธีใช้ไม่ยากแค่นึก ภาพก็จะปรากฏทันที เหมือนกับเรา
นั่งดูโทรทัศน์ ครับ  ไม่จำเป็นต้องทำให้ใจสงบ หรือภาวนา เพราะถ้าทำอย่างนั้น มันจะช้าเกินไป อธิบาย
ง่ายๆ ก็คือ เวลาเราอยากรู้อะไรก็แค่นึก ภายในเสี้ยววินาทีภาพจะปรากฏทันที  บางครั้งถูบ้านอยู่ ล้างจานอยู่
เข้าส้วมอยู่ ภาพก็จะปรากฏ โดยที่เราไม่ต้องกำหนดจิตเลย  

  ส่วนเรื่องมโนมยิทธิ ผู้ที่ฝึกส่วนมากแล้ว จะเคยได้ วิชชา ๓ หรือ อยู่ในสายอภิญญามาในอดีต 
มาในชาตินี้เลยมีความสนใจในมโนมยิทธิ คุณเองก็สนใจ แสดงว่าในอดีตคุณเองก็เคยปฏิบัติมาก่อน





ถ้าหากเราหันมาภาวนา สัมปจิตฉามิ แทนแล้วเราต้องไปเพ่งอะไรหรือเปล่าครับหรือภวานาให้คล่องเฉยครับ
การภวานาคือ หายใจเข้า สัมปจิตฉามิ หายใจออก สัมปจิตฉามิ ใช่ไหมครับ


  หายใจเข้าภาวนา สัม-ปะ-จิต  หายใจออกภาวนา ฉา-มิ   เท่าที่เคยลอง ภาวนา + กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก
ก็มีผลครับ  ถ้าจับภาพพระด้วยก็ดีครับ  ได้อานิสงฆ์ พุทธานุสติกรรมฐานเพิ่มด้วย ลองดูครับ
 
 


ขอบคุณในธรรมทานครับ
ไว้งงตรงไหน จะขอสอบถามอีกนะครับ
ขอบคุณมากครับ 
 
23.12.2008 14:04 (59084)
SuperNon
หลวง

383 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 2161
ได้รับ : 11359
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
แต่เดิมมีคำภาวนาเยอะมากครับ
อ่านปฎิปทาหลวงพ่อ ท่านภาวนาบทอิติปิโส บทต้นมั้งครับ เลยเอามั่ง
พุทโธ ก็มี อันนี้นานหน่อย
สัมปจิตฉามิ นาน ๆ ที
คาถาเงินล้านก็บ่อย อยากรวยครับ
นะมะพะทะ อันนี้ไม่ค่อยบ่อย
บทเมตตา หลวงปู่แช่ม ภูเก็ต ? ก็มีบ้าง
ต้องเลือกสักอย่าง เด๋วฟุ้งซ่าน
ในที่สุดตอนหลังเป็น บทมงกุฏพระพุทธเจ้ากับคาถาเงินล้าน และก็สัมปจิตฉามิ ครับ
โอมเพี้ยง อย่าเปลี่ยนไปมาอีกเลย
26.12.2008 21:14 (59411)
รัตนวโย
ขุน

2467 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 23127
ได้รับ : 40266
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
เอาที่ละอย่างครับ แต่หากว่ามันเปลี่ยนแบบอัตโนมัติก็ปล่อยไปเลยแค่กำหนดรู้ไว้ครับ
26.12.2008 21:18 (59413)
ฝั่งแห่งภพ
หลวง

461 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 3174
ได้รับ : 8695
Re : สอบถามเรื่องการภาวนา นะ มะ พะ ธะ ครับ
 เมื่อก่อนผมจะฝึกภาวนา พุท โธ ตอนมีเวลาว่างเมื่อไรก็จะภาวนาเพื่อให้จิตทรง ณาน ครับ
แต่พอได้รู้จัก นะ มะ พะ ธะ จากการฝึก มโนมยิทธิ ผมจะขอเปลี่ยนการภาวนาจาก พุท โธ มาเป็น
นะ มะ พะ ธะ จะได้ไหมครับ และถ้าภาวนาจนคล่องแล้ว จะทำให้ได้ กสิณ ดิน น้ำ ลม ไฟ  จริงไหมครับ
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ
 ขอโมทนาบุญ ทุกประการครับ


หลวงพ่อกล่าวถึง คำภาวนาระหว่างคำว่า "นะมะพะธะ กับ พุทโธ"

"คำภาวนา นะมะพะธะ นั้น ใช้เมื่อใช้อภิญญา และควรใช้เป็นปกติ อารมณ์จะได้แจ่มใส คำภาวนา พุทโธ และอย่างอื่นภาวนาเมื่อยามว่าง ถ้าต้องการอารมณ์สงัดตามปกติ"
"แต่พ่อเห็นว่า นะมะพะธะ นั่นแหละดีแล้ว เพราะลูกได้อภิญญา จิตจะได้ไม่มั่ว พุทโธ เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าที่คนเข้าไม่ถึง คือเห็นไม่ได้ก็เรียกให้ช่วย แต่ นะมะพะธะ นี้เราเข้าถึงพระองค์และรับโอวาทได้"
"ลูกว่าควรจะใช้อย่างไหน ถ้าเป็นพ่อ พ่อคงใช้ นะมะพะธะ จะได้ไม่ต้องตะโกนเรียกท่าน ไปหาท่านเลย"
"ส่วนในคู่มือแนะนำให้ภาวนา พุทโธ ก็เพื่อคนใหม่ที่ยังไม่ได้อะไร ให้เรียกท่านเพื่อช่วยกำลังตนเองไปพลางก่อน เมื่อมีโอกาสเข้าเฝ้าท่านได้ก็คงไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกท่าน จงอย่าคิดว่าพ่อว่าภาวนา พุทโธ ไม่ดีนะ ภาวนา พุทโธ ดี แต่เมื่อเราได้อภิญญาควรภาวนาตามสายอภิญญา อภิญญาจะได้แจ่มใสเสมอ"
"นะ มะ พะ ธะ ก็เป็นคำภาวนาที่พระพุทธเจ้าท่านสอนมา เวลาจะภาวนาก็นึกถึงท่านอยู่แล้ว และมีกำลังไปหาท่าน คำว่า พุทโธ เป็นคำภาวนากลาง ๆ ใช้เมื่อเริ่มปฏิบัติ ถ้าแยกเข้าอภิญญาหรือวิชชาสาม หรือปฏิสัมภิทาญาณ ต้องภาวนาตามสายของตน แต่ไม่ถือว่าขาดพระรัตนตรัย เพราะใจเราถึงเป็นปกติอยู่แล้ว"

คำสอนโดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
จาก (หนังสือลูกศิษย์บันทึกพิเศษ หน้า 93-94)

ขอทราบครับ
ว่าฝึกกสิณ สำคัญที่นิมิตใช่ไหมครับ
จำเป็นไหมว่าต้องท่องคำภาวนานั้น ๆ
เช่น เพ่งภาพไฟ ภาวนานะมะ พะทะ เป็นต้น
เพราะคล้ายกับเคยทราบมาว่า สำคัญอยู่ที่ภาพที่ปรากฏครับ



สำคัญที่ภาพนิมิตครับ การจับคู่ลมหายใจเข้าออกจะทำให้กองกรรมฐานทรงตัวได้ดีขึ้น การภาวนาว่า เตโชกสิณัง ควบลมหายใจ จะทำให้เราได้หลักโยงกับลมหายใจอีกชั้นหนึ่ง
การฝึกตอนแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ฉะนั้น หลวงพ่อจึงสอนให้เรามีเครื่องโยงหลายชั้น จะได้ทำสมาธิได้ง่ายขึ้น


ขอทราบเพิ่มเติมครับ
1.หนึ่งในญาณของคุณคือทิพย์จักขุญาณนั้น มีวิธีการใช้อย่างไรครับ
คุณเห็นภาพเองเลย หรือว่าแค่ทำใจให้สงบ หรือใช้คำภาวนาควบไปด้วยครับ
2.เรื่องมโนมยิทธิ ทราบมาว่าต้องเป็นผู้ที่เคยได้ฌาณมาก่อนในอดีต
ไม่อย่างนั้นไม่มีทางได้ หมายถึงฌาณที่เท่าไรครับ
ขอบคุณครับ...



1. ทิพยจักขุณาณนั้นสร้างได้จากกรรมฐาน 3 กองครับคือกสิณสีขาว กสิณไฟ และกสิณแสงสว่าง ส่วนการใช้นั้น ใช้ได้จากการทรงอารมณ์ในอุปจารสมาธิหนึ่งประการ และการเข้าถึงฌาน 4 และใช้ผลของฌาน 4 นั้นอีกหนึ่งประการครับ
2. ก่อนอื่นขอให้แยกระหว่าง ฌาน กับญาณครับ โปรดดูที่ เรื่องอานิสงส์ของฌาน 1
http://www.konmeungbua.com/forum/post69572.html#msg69572

คำว่า ฌาน แปลว่า เพ่ง หรือชิน มีรายละเอียดตามที่ได้กล่าวไปในบทความข้างบนแล้วครับ

คำว่า ญาณ แปลว่า เครื่องรู้ ซึ่งมีทิพยจักขุญาณ (รู้เห็นสิ่งที่เป็นทิพย์) เป็นต้น มีอาสวักขยญาณ (รู้ทำกิเลสให้สิ้นไป) เป็นที่สุด

ลักษณะอาการที่เล่ามา
1 อาจารย์ไก่น่าจะหมายถึง ฌาน 1 ครับ คือองค์ภาวนารู้ครบถ้วน สมาธิตั้งมั่นระดับหนึ่ง
2 สิ่งที่ได้เห็นที่บ้านเป็นผลมาจาก ทิพยจักขุญาณ อย่างอ่อนครับ คือได้เห็นสิ่งที่เป็นทิพย์

ฌาณ นี้จะแข็งแรงได้ก็เพราะว่าขยันเข้า ขยันออก ขยันนึกถึงกองกรรมฐานเช่น เพ่งกสิณเป็นต้น หรือนึกถึงลมหายใจตั้งแต่ตื่นจนหลับ

ส่วน เรื่องญาณ นั้นเล่าแล้วจะยาว ไม่สะดวกในการเขียนครับ แนะนำให้ถามอาจารย์ไก่ เพราะว่าการรู้เห็นภาวะที่เป็นทิพย์มักจะมีข้อสงสัยมาก และหาที่สิ้นสุดของความสงสัยยากครับ

ส่วนเรื่องที่ว่าต้องได้มโนฯมาก่อนนั้น หลวงพ่อฯบอกว่า ส่วนใหญ่คนที่ตามหลวงพ่อมาก็ได้กันทุกคนแล้วครับ

แต่เดิมมีคำภาวนาเยอะมากครับ
อ่านปฎิปทาหลวงพ่อ ท่านภาวนาบทอิติปิโส บทต้นมั้งครับ เลยเอามั่ง
พุทโธ ก็มี อันนี้นานหน่อย
สัมปจิตฉามิ นาน ๆ ที
คาถาเงินล้านก็บ่อย อยากรวยครับ
นะมะพะทะ อันนี้ไม่ค่อยบ่อย
บทเมตตา หลวงปู่แช่ม ภูเก็ต ? ก็มีบ้าง
ต้องเลือกสักอย่าง เด๋วฟุ้งซ่าน
ในที่สุดตอนหลังเป็น บทมงกุฏพระพุทธเจ้ากับคาถาเงินล้าน และก็สัมปจิตฉามิ ครับ
โอมเพี้ยง อย่าเปลี่ยนไปมาอีกเลย


พระคาถาแต่ละบทมีอานิสงส์พึงใช้ต่างกันครับ แต่ทำให้จิตเป็นสมาธิเหมือนกัน ฉะนั้นถ้าต้องการผลอย่างไรก็ให้ภาวนาอย่างนั้น อันนี้จะตรงที่สุด ถ้าต้องการทิพยจักขุญาณ ก็ภาวนา นะมะพะธะ หรือพระคาถาอื่นๆที่หลวงพ่อได้ให้ไว้แล้วใน หนังสือเรื่อง "พ่อรักลูก"

ส่วนถ้าต้องการฝึกสมาธินั้น ไม่ควรจะเปลี่ยนคาถาบ่อยๆ เพราะจะทำให้จิตสับสน ภาวนาอันนึงไปได้สักพักเปลี่ยน พอเปลี่ยนมาได้สักพัก จิตจะคอยกลับไปภาวนาพระคาถาเดิม
ถ้าอยากภาวนาให้ได้ผลสูงสุด ควรจะทำพระคาถาเดียวให้ถึงที่สุด แล้วจึงเปลี่ยนครับ
แล้วจะเอาอะไรเป็นอย่างแรก ต้องบอกว่า อานาปานสติครับ


โมทนาสาธุกับท่านเจ้าของกระทู้ถามและตอบทุกท่านครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นฐานการศึกษาของผู้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยทุกท่านครับ

28.07.2009 08:55 (72578)
กระทู้ถูกล็อก
หน้า : 1 
ไปที่ :












ค้นหา

พจนานุกรม
eXTReMe Tracker
Page generated in 0.445161 seconds.