หน้าแรก วัตถุมงคล ปฏิทินคนเมืองบัว ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ วิธีการแก้ไขดวง / อธิฐานพิเศษ เว็บบอร์ด ห้องสนทนา แผนที่สอนพระกรรมฐาน

หน้าแรกเข้าระบบสมัครสมาชิก
ไปที่ :
หน้า : << 1 2 3 4 >> 
กระทู้ที่ 9604
  คะแนนความน่าสนใจ    
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
           ตื่นเช้าแล้ว ทุกคนก็รีบล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวเดินเท้าไปกราบรอยพระพุทธบาท
และชมหุ่นพยนต์ของจริงกันครับ  เมื่อเดินมาถึงครึ่งทางพวกเราก็แวะถ่ายรูปกันและอาจารย์
นำแผ่เมตตาให้แก่เหล่าขอมดำและพญานาคทั้งหลาย  หลังจากนั้นก็เดินไปชมหลุมฝังศพ
ของคนโบราณยุคสำริด  และดูหุ่นพยนต์  อาจารย์บอกว่าสมัยพระเจ้าพรหมฯ  ฝ่ายขอมดำ
ได้ส่งหุ่นพยนต์มาทำร้ายทหารของพระเจ้าพรหมที่มาทำงานกันประมาณ 50 คน  แต่พวก
เราได้ช่วยกันทำลายหุ่นพยนต์นั้น  และอาจารย์ไก่ก็ได้สาปหุ่นให้เป็นหินติดแหงกอยู่ที่ก้อน
หินตามจุดต่างๆ ประมาณ 2-3 ตัว

           หลังจากนั้นก็หาที่นั่งสมาธิกัน  แต่อาจารย์ไก่ได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทและรอย
พระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า  ผมจำไม่ได้ว่าของพระองค์ไหน แต่รอยนั้นใหญ่และมีความชัดเจน
มากๆ ครับ  อาจารย์ไก่ก็เลยนำสรงนํ้ารอยพระหัตถ์และรอยพระพุทธบาท  ทุกๆคนก็ทยอยกัน
สรงนํ้าจนเสร็จ  จนครบทุกคนแล้วอาจารย์สั่งให้หาที่นั่งสมาธิด่วน  เพราะสมเด็จองค์ปฐมรับ
สั่งให้นั่งรับพลังท่านจะประสิทธิพลังซ่อมยันต์เกราะเพชรให้  พวกเราก็รีบหาที่นั่งภาวนา
พุทโธ  ปิติกระจายกลางป่าอีกแล้วครับท่าน  รับพลังประมาณ 5 นาที ก็เสร็จพิธี  อาจารย์
ปิ๊งๆ ให้เสร็จ 
         
         เสร็จแล้วพวกเราก็เดินกลับที่พักกันครับ  ช่วยกันเก็บสัมภาระอย่างรวดเร็วเพื่อเดินทาง
ไกลกันต่อครับ  จนมาถึงทุ่งบัวตอง  แต่พวกเรามาผิดเวลาไปหน่อยครับ  ส่วนใหญ่ดอกบัวตอง
จะเหี่ยวแล้ว  ก็ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัยเป็นการพักรถไปในตัว  เสร็จแล้วก็ไปต่อจนมาถึงอำเภอ
แม่สะเรียง  อาจารย์ให้แวะจอดถ่ายรูปและซื้อของที่ระลึกกันครับ   ที่นี่จะเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์
ของที่ระลึกของแม่ฮ่องสอนครับ
29.12.2009 15:46 (80448)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
          หลังจากเดินทางกันมานานก็มาถึงวัดต่อแพครับ  ที่นี่เป็นวัดที่เป็นศิลปะแบบพม่า
ทั้งหมดครับ  วัดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะให้ความเคารพพระบัวเข็ม หรือพระอุปคุตกันมาก
ครับ  เชื่อว่าสามารถปราบมารและให้ลาภได้อย่างดีเลิศครับ 

          พวกเราเข้ามาไม่รอช้า  ทางวัดมีประคำและพระสีวลีงาช้างองค์เล็กตั้งไว้ให้  ทำบุญ
ใส่กล่องอย่างละ 20 บาท ครับ  ต่างคนต่างเช่าประคำไปใส่โชว์กันเป็นเจ้าพ่อกันเลยทีเดียว
ที่วัดนี้มีพระประธานศิลปะพม่าที่สวยมากครับ  และมีสมเด็จพระพุทธทีปังกรปางเปิดโลกที่สวย
มากทีเดียว   และมีผ้าโบราณอายุกว่าพันปีแสดงโชว์ให้ถ่ายรูปกัน

          ในระหว่างที่รอทุกคนกราบพระ  อาจารย์ไก่ก็ไปนั่งรอพักผ่อน  อาจารย์ก็นั่งโพสต์ท่า
แล้วบอกพวกเราว่า 
อาจารย์ไก่    :  ถ่ายรูปท่านขุนหน่อยซิ
ผม             :  ท่านขุนไหนครับอาจารย์  (งงครับ ไม่มีใครแต่งโจงกระเบนเลย)
อาจารย์ไก่    :  นี่ไงท่านขุน  นั่งอยู่  55
ผม             :  อ๋อ  ครับๆ  เข้าใจแล้วจารย์

            ก็ถ่ายรูปอาจารย์  และถ่ายรูปท่านขุนกับศิษย์ เฮฮากันไป  เสร็จแล้วก็ออกไปกราบ
พระบัวเข็มขอพรด้านลาภและเรื่องอุปสรรคต่างๆ ให้หมดไป  ช่วงนี้แยกย้ายกันถ่ายรูปเล็กน้อย
ครับ   บริเวณด้านข้างของวัดจะเป็นทุ่งนากว้างครับ  วิวสวยมากๆ  ไปเห็นแล้วอยากจะลืมชีวิต
วุ่นวายในเมืองไปเลย  หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปรวมกันครับ
29.12.2009 16:15 (80450)
กลางทุ่ง
จมื่น

648 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 14082
ได้รับ : 13035
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
ดูรูปท่านขุนแล้ว สบาย...สบาย..ใจจัง คิดถึง...ท่านขุนและศิษย์ทุกคน .และแล้วประโยคนี้ก้องขึ้นมา หน้าที่แกยังมีอีกมากมายนักเดินหน้าต่อไป....  ขอบคุณศิษย์ท่านขุนที่นำภาพและเล่าเรื่องราวได้ประทับใจไม่ได้ไปก็เหมือนได้ไป...
29.12.2009 17:20 (80457)
ข้าวเหนียวนึ่ง
จมื่น

4532 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 19368
ได้รับ : 88725
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
โชว์รูปนั้นหน่อยจิ นึ่งเห็นที่นนทธรรมน่ะค่ะ เป็นเจดีย์หรืออะไรตอนกลางคืน ภาพถ่ายติดกัน ๒ รูป
รูปแรกเจดีย์เปล่า อีกรูป โอ้ โห เทวดามาโมทนากันเพียบบบบบบบบบบบบบบ

คนเค้าจะครหาว่า คนเมืองบัว มี Filter กล้องแบบพิเศษแล้วมั้งคะเนี่ย ฮิๆ ไปงานไหน ท่านๆก็มาโมทนา

ตอนไปภูเก็ตพระท่านยังมาคุ้มครองตอนเราไปร้องเกะกันเลย จำไ้ด้บ่ (มิใช่กล้องข้าพเจ้า) วงใหญ่มากส์

ปล.อยากไปกะภูเก็ตง่าา แต่อ.บอกว่า ไม่ได้ แกต้องไปกะกรุงเทพ อ.อ่ะ แง๊ ไม่ย๊อมมมมมมมมม ฮึ



อ่าา รูปนี้ นางงามมิสภูเก็ต ทราบรึไม่ว่ากำลังโดนไล่ที่ ใครทราบตอบทีคร๊าาา
แก้ไข โดย ข้าวเหนียวนึ่ง เมื่อ 14.09.2011 21:43
29.12.2009 19:45 (80463)
pongthaie
หมื่น

198 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 13953
ได้รับ : 4694
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
นู๋ เจ เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จริงๆ เธอคือนางฟ้าที่โลกลืม ไม่เป็นไรตั้งใจอีกนิดนะ นู๋เจ อีกนิดเดียวจ๊ะ อีกนิดเดียว เดี๋ยวก็จะ แ แ . . แล้วนะจ๊ะ นู๋เจ
30.12.2009 11:12 (80486)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
           ออกจากวัดต่อแพ  ก็มุ่งเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนครับ  ระยะทางไกล
พอสมควรทีเดียว  ออกจากวัดต่อแพช่วงบ่ายมาถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนช่วงคํ่า
พอดีครับ  พวกเราได้แวะที่วัดหัวเวียงเพื่อกราบพระเจ้าพาราละแข่ง  เป็นพระ
พุทธรูปปางจักพรรดิ  ศิลปะพม่าที่ใหญ่โตและสวยงามมาก  เข้าไปกราบแล้ว
รู้สึกว่าตัวเองยังนิ่งดิ่งไปเลยครับ  สงสัยสมาธิรวมตัวชั่วขณะ  งานนี้ก็เหมือน
เดิมครับ  อธิษฐานพระโพธิญาณให้แน่นๆ

เสร็จแล้วก็ออกมาด้านนอก  พวกเราแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปซื้อขนมปีปเอาไว้
ไปแจกชาวกะเหรี่ยงในวันพรุ่งนี้กัน  เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ โดยคืนนี้จะพักกัน
ที่พระธาตุดอยกองมู  ซึ่งได้นัดกับพี่เจนัยให้ส่งเสบียงที่นี่ครับ  เมื่อมาถึง
อาจารย์ลงไปติดต่อขอที่พักกับท่านเจ้าอาวาส  เมื่อได้ที่พักแล้วก็ทยอยกัน
ขนสัมภาระลง  แล้วกินข้าวหรืออาบนํ้าตามอัธยาศัย 

           ในระหว่างที่มีเวลาว่าง  ผมจึงชวน  นาคาพิสุทธิ์  ไปกราบพระใหญ่
องค์สีขาวที่อยู่บริเวณลานจอดรถครับ  ในระหว่างที่เดินไปพบกับเจดีย์สีสวย
จึงตั้งใจไหว้นึกว่าเจดีย์บรรจุพระบรมฯ  แต่พอเงยหน้าขึ้นมาพบกับป้ายบอกว่า
ชาตะ...   มรณะ....   เฮ้ยๆๆ  ไหว้ผีแล้วเรา  ไม่เป็นไรๆ  เราไหว้พระธรรมเป็น
มรณานุสติกรรมฐาน  ทำเนียนๆไป  เมื่อเดินมาถึงครับ  ผมกับ นาคาพิสุทธิ์เดิน
เข้าไปเหยียบหินอ่อนก้าวแรก  ไฟที่มืดๆอยู่ ก็ติดขึ้นมาครับ  พวกเรา 2 คน มอง
หน้ากันยิ้มๆ  ขนลุกหัวจรดเท้าเท้าจรดหัว  ไม่เป็นไรเราตั้งใจกันแล้ว ก็เข้าไป
กราบพระท่าน   กราบครั้งแรก ไฟด้านหลังองค์พระติดขึ้นอีกดวงมาครับ  งานนี้
ไม่มีฟลุ๊คๆ แล้ว  อะไรจะบังเอิญขนาดนี้  ขนลุกๆ กันอีก  จนกราบครบ 3 ครั้ง
เลยถามน้องว่า

ผม             :   เฮ้ย  แกอธิษฐานเรื่องอะไรวะ?
นาคาพิสุทธิ์   :   ก็เรื่องพระโพธิญาณนั่นแหละ
ผม             :   เออ  เหมือนกันเลย  ขนลุกดีแฮะ

           หลังจากนั้นก็เดินกลับมาที่พักครับ  สลับกันกินข้าวและอาบนํ้า  ใน
ระหว่างนั้นผมก็ย่องไปหยอดเหรียญทำบุญเหมือนเดิม  ได้มาหลายรายการ
ครับ  เสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเจอกับพี่เจนัย และน้องเจนัย    ได้คุยกับพี่เจนัย
พอสมควร ทำให้รู้ว่าพี่เจนัยชอบพระเครื่องหลวงพ่อฤาษี เหมือนกัน  จนได้เวลา
พอสมควร ก็ขอตัวไปอาบนํ้า  ในระหว่างที่อาบนํ้าอยู่ ไฟก็ดับอีกครับ  มืดด้วย
เย็นด้วยขนลุกดี  ก็เลยรีบอาบๆ ให้เสร็จแล้วตามไปช่วยพี่ๆน้องๆ จัดขนมนำไป
แจกในวันพรุ่งนี้ครับ  ผมตามไป ทุกคนกำลังจัดของอย่างสามัคคีมาก  ไฟดับก็
มีทั้งคนจัดและคนส่องน่าชื่นชม  ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จครับ  หลังจากเก็บของ
แล้ว  ก็เตรียมตัวไปนั่งสมาธิที่พระธาตุดอยกองมูกัน
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 07.01.2010 11:14
07.01.2010 10:50 (80715)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
          วันนี้มานั่งสมาธิหน้าพระธาตุดอยกองมู  อากาศเย็นพอสมควร  เมื่อปูเสื่อ
หาที่นั่งกันเรียบร้อยแล้ว  อาจารย์ก็เล่าประวัติว่าทำไมพวกเราถึงมีความเกี่ยวข้อง
กับการสร้างพระเจดีย์ตามสถานที่ต่างๆ ที่มีจำนวนมาก  เพราะว่าในสมัยนั้นๆ ได้
อภิญญาเหาะตามพระพุทธเจ้าไปฟังธรรมตามที่ต่างๆ  ในสมัยพุทธกาลพวกเราเป็น
เด็กเส้นพระอานนท์  เมื่อพระอานนท์ท่านรู้ว่าพระพุทธเจ้าจะเสด็จไปที่ใด  พวกเรา
จะรีบไปเคลียร์ทางให้ก่อน  โดยการติดต่อกับเจ้าของพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้า
ใจกันก่อน  จึงทำให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเจดีย์และพระธาตุตามสถานที่ต่างๆ
ในบริเวณแม่ฮ่องสอน   พวกเราเคยสลับกันมาเกิดทำบารมีที่นี่   ต่างคนต่างวาระ
การทำบารมีในชาติหลังๆ  ถอยหลังไป 10,000 ชาติ ก่อนจะลงมาเกิดจะมีการ
อธิษฐานอย่างดี เพื่อลงมาทำบารมีโดยเฉพาะ  ซึ่งความดีทั้งหมดนี้  ต้องยกให้
กับหลวงพ่อพระราชพรหมยาน  ที่ท่านได้รวบรวมคัมภีร์วิสุทธิมรรค และพระกรรม
ฐาน 40 กองขึ้นมาใหม่  จึงส่งผลให้พวกเราได้ปฏิบัติพระกรรมฐานในชาตินี้

          การปฏิบัติพระกรรมฐานต้องยึดอารมณ์ทางสายกลาง  สำหรับฆราวาส
ให้ยึดอารมณ์พระโสดาบันแบบเบาๆ  แล้วค่อยไปตัดร่างกายช่วงที่จะใกล้ตาย
เพื่อไปพระนิพพาน  ในระหว่างนี้ในทำบุญเก็บอริยทรัพย์ไว้ให้เป็นอนุสัยติดตัวไป
ส่วนเหตุที่ได้มาพระธาตุดอยกองมูอีกครั้ง  ก็มีสาเหตุจากในอดีตได้เคยร่วมสร้าง
พระเจดีย์แห่งนี้  อาจจะด้วยเงินเล็กน้อยหรือใช้แรงงาน  เป็นต้น

          การสืบทอดงานพระศาสนาแบบง่ายๆ  ให้เริ่มด้วยการ คิดดี และ
ทำดี 
เพื่อให้เราอยู่ในไตรสรณาคมน์  นั่นเอง  ในวันนี้ให้ใช้คำภาวนา นิพพาน
สุขขัง  เพราะเป็นสถานที่สัปปายะ  มีพระอรหันต์ 5-20 องค์  มาสำเร็จเป็นพระ
อรหันต์ที่นี่  และมีพระอริยเจ้าอีกมากมาย  และวันนี้ให้นำเอาธรรมชาติมาเป็น
พระกรรมฐาน  เช่น  เห็นนํ้าค้างที่ยอดหญ้า  ก็เล่นกสิณนํ้า  เป้นต้น  เมื่อใจนั้น
สงบแล้วก็พิจารณาวิปปัสนาญาณจนตัดกิเลสได้

         หากได้มโนมยิทธิแล้วให้ขึ้นไปรับรู้ในเรื่องต่างๆ เช่น  ท่านใดดูแลพระธาตุ
มีพระธรรมใดบ้าง  พระอริยสงฆ์องค์ใดบ้าง  หรือจะระลึกถึงอนุสติทั้ง 10 อย่างก็
ได้  หลังจากนั่งไปประมาณ 20 นาที  อาจารย์ให้พวกเราเดินจงกรมรอบองค์พระ
ธาตุ   การเดินจงกรม  คือ การเดินแบบธรรมดาทั่วไป  แต่มีสติสัมปชัญญะควบ
คุมอยู่  ก้าวซ้ายรู้  ก้าวขวารู้  หายใจเข้ารู้ ออกรู้ ภาวนานิพพานสุขขัง  วันนี้ท่าน
กัสสปะเถระ  มาคุม

         เมื่อเดินจงกรมครบ 3 รอบ  ก็กลับมานั่งที่เดิม  พิจารณาว่าการเกิด แก่
เจ็บ ตาย เป็นทุกข์  แล้วแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  ก็เป็นอันเสร็จ
กิจกรรมในวันนี้ครับ  หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย
         
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 07.01.2010 11:51
07.01.2010 11:46 (80719)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
         วันนี้ตื่นเช้าขึ้นมา พวกเราต่างก็มีจุดมุ่งหมาย นั่นคือ ห้องวัตถุมงคลของทางวัด
พระธาตุดอยกองมู  ในห้องวัตถุมงคลนั้นมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ด้วยครับ  ด้านข้าง
ซ้ายขวามีตู้ให้หยอดเหรียญทำบุญเยอะแยะ  เมื่อช่วยกันเช่าเสร็จแล้วก็มานั่งรอพระ
อาทิตย์ขึ้นครับ  แต่ก็อดดูเพราะมีหมอกลงจัด  เลยเปลี่ยนมาถ่ายรูปเล่นกันแทน  เมื่อ
ถ่ายเสร็จแล้ว  ก็มารวมกันหน้าที่พักเพื่อรอทำสังฆทานกับท่านเจ้าอาวาสครับ  รวบ
รวมเงินได้พอสมควร  ก็ไปทำสังฆทานกันนำโดยอาจารย์ไก่  เสร็จแล้วก็รีบขนสัมภาระ
ขึ้นรถครับ  เพื่อเตรียมตัวไปแจกของกัน

          ออกจากวัดพระธาตุดอยกองมูแล้ว  ก็แวะปั๊มนํ้ามันเตรียมตัวและเตรียมรถให้พร้อม
แล้วไปยังท่าเรือ   ก่อนลงเรือทุกคนต้องใส่เสื้อชูชีพด้วยเพื่อความปลอดภัยครับ  ไปกับ
เรือหางยาวทั้งหมด 4 ลำ ครับ  ใช้เวลาในการนั่งเรือประมาณ 20 นาที  ในระหว่างทาง
ก็ทักทายเพื่อนร่วมทางที่นั่งเรือสวนทางไปมา  สนุกสนานเฮฮากันไป  ไม่นานก็มาถึงจุด
หมายแล้วครับ  คือ  หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

          อาจารย์ไก่สอนว่า ให้เน้นการทำสาธารณะประโยชน์  ถึงแม้ว่าการทำสาธารณะ
ประโยชน์ในด้านของทานจะมีผลไม่มากนัก คือ  ให้ทานกับคนที่มีศีล 5 ครบบ้าง ไม่ครบ
บ้าง  แต่จะมีอานิสงส์สูงในเรื่องของการตัดสักกายทิฐิ  กล่าวคือ  เป็นการลดมานะ
ความถือตัวถือตัว ว่า  เราดีกว่าเขา  เราเลวกว่าเขา  เราเสมอเขา  เป็นต้น  ซึ่งเป็นการ
ทรงอารมณ์ 1 ใน 3 ข้อ ของอารมณ์พระโสดาบัน  นี่คือจุดมุ่งหมายในการทำสาธารณะ
ประโยชน์ที่แท้จริง

          เมื่อมาถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวแล้ว  ก็ช่วยกันขนของลงไป  จุดหมายก็คือ
โรงเรียนที่นี่  ก็เดินมาเรื่อยๆตามทางแล้ว  ทุกคนช่วยกันแจกขนมให้แก่เด็กๆ  ภาพที่
เห็นคือ  เด็กๆดูมีความสุขมากกับขนมที่ได้รับ  เห็นแล้วก็ชื่นใจบอกไม่ถูก  หลังจากนั้น
ก็ฟังเพลงที่เด็กๆ ร้องให้ฟัง เสร็จแล้วก็แจกขนมต่อและรวบรวมเงินตามจิตศรัทธา เพื่อ
มอบให้กับทางโรงเรียนใช้  โดยงานนี้อาจารย์เป็นตัวแทนผู้มอบเงิน  และครูใหญ่ของ
โรงเรียนเป็นตัวแทนผู้รับ  งานนี้ตากล้องถ่ายภาพกันมือระวิง  ใครที่ไม่มีได้เข้ากล้องก็
ต้องร้องขอเข้ากล้องด้วย  เพราะถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์จริงๆ และทุกๆคนก็รู้ดีว่า งาน
มาแจกของในถิ่นทุรกันดารนี้ เป็นความใฝ่ฝันของอาจารย์จริงๆ  ผมสังเกตดูวันนี้อาจารย์
ยิ้มมีความสุขมากๆ
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 07.01.2010 22:02
07.01.2010 21:13 (80734)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
        แจกของเสร็จแล้ว ก็นั่งเรือหางยาวกลับมาที่ท่าเรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ครับ  และนั่งรถกลับเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปหาของกินกัน  มื้อนี้จะเป็นอาหารอีสาน
อีกแล้วครับ  อิ่มกันเรียบร้อยก็ไปเที่ยววัดกันต่อ  วัดแรกเป็นวัดพระนอนครับ  ที่นี่เดิม
เป็นวัดเดียวกับวัดพระธาตุดอยกองมู
  ต่อมาจึงแยกออกเป็น 2 วัด โดยที่ด้านวัด
พระนอนนั้น  ชาวบ้านได้สร้างบันไดสูงชันเอาไว้  เมื่อถึงเวลาเทศกาลชาวบ้านจะเดิน
ขึ้นบันไดนี้ไปกราบพระธาตุดอยกองมูซึ่งสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ   ชาวบ้านเค้า
เชื่อกันว่าเป็นการทำความเพียรแบบหนึ่ง 
        
         ที่วัดพระนอนนี้จะมีพระพุทธรูปใหญ่ประจำวัดครับ  ชื่อว่า  " พระพุทธสง่า
ศรัทธาสามัคคีมงคล " เป็นพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่เด่นสง่าอีกองค์หนึ่งครับ  เดิน
เข้าไปในวิหารกราบพระนอนองค์ใหญ่สีขาวครับ  ได้ทำสังฆทานกับพระท่าน และ
ถ่ายรูปพอสมควร  แล้วก็เดินกลับมาเจออาจารย์ไก่ด้านนอก  อาจารย์บอกให้ข้าม
ถนนไปวัดกํ้าก่อ  วัดนี้ก็ถ่ายรูปกันพอสมควรครับ  ในบริเวณต่างๆ ของวัดจะติดคำ
สุภาษิต และพุทธพจน์ไว้ทั่วไป  เที่ยว 2 วัดนี้ก็ใช้เวลาพอสมควร  ช่วงนี้นายแสนดี
แอบไปฝึกวิชากับอาจารย์ไก่  โดยอาจารย์นำสอนมโนฯครึ่งกำลังให้เดี่ยวๆ เพิ่มความ
มั่นใจกัน  ขอโมทนาบุญด้วยครับ

         ชมวัดกันไปแล้ว  คราวนี้อาจารย์พาไปเปลี่ยนอารมณ์ด้วยการเที่ยวนํ้าตกกัน
บ้าง  นั่งรถออกไปนอกเมืองพอสมควรครับ  เพื่อไปเที่ยวนํ้าตกผาเสื่อ ที่นี่ก็เที่ยว
กันตามอัธยาศัยครับ  นั่งดูนํ้าตกพักผ่อนหย่อนใจกันพอสมควร  ก็ขึ้นรถเข้าเมืองต่อ
ครับ  ไปต่อกันที่วัดจองคำ ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายแล้วของวันนี้  ที่นี่เป็นศิลปะแบบพม่า
เช่นเคยครับ  มีความใหญ่โตสวยงามมาก  แต่ที่ชอบก็คือ  การตักบาตรพระอุปคุต
โดยเมื่อทำบุญแล้ว แต่ละคนจะได้ขันเงินขันทองเล็กๆ ที่มีเหรียญจำนวนมาก คนละ
1 อัน  แล้วก็ต้องเดินไปตักบาตรกับพระอุปคุต  โดยจะมีบาตรรอบๆองค์ท่านจำนวน
เท่ากับเหรียญที่มีในขันพอดี  ก็ต้องเดินหยอดไปเรื่อยๆจนครบครับ  และในศาลาจะ
มีตู้ไฟให้ทำบุญครับ  วิธีก็คือ  ให้เดินขึ้นไปเหยียบบนแท่น  จากนั้นตู้ไฟจะมีเสยงดัง
แบบดนตรีพม่าครับ  ที่ตู้จะติดกระจก ข้างในมีรูปเทวดา นางฟ้าพรหม  และบาตรพระ
ประจำวันเกิดครับ  หมุนรอบตัวเอง  ด้านบนจะมีรูให้หยอดเหรียญ  เพราะฉะนั้นเราจะ
ต้องเล็งให้ดีครับ  กะความเร็วและจังหวะให้ตรงกับวันที่เราต้องการ   ก่อนหยอดก็แอบ
เห็นป้ายให้กำลังใจครับ  ประมาณว่าถ้าหยอดไม่ลงบาตรก็ไม่ต้องเสียใจได้บุญเท่ากัน

         เสร็จแล้วก็เดินสายกราบพระพิฆเณศวร์  เจ้าแม่อุมาเทวี  เจ้าแม่กวนอิม และ
ท่านพระสีวลี และพระมหากัจจายนะ  และจบด้วยการกราบพระใหญ่สีขาวและตักบาตร
กับหลวงพ่อโตครับ  เสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่หลายคนรอคอยกับถนนคนเดิน  ที่นี่มีสินค้า
มากมาย  แต่ที่เห็นเด่นชัด คือ สินค้าที่มีคำว่า ปาย กับแม่ฮ่องสอน จะขายดีเอามากๆ
จะไม่ซื้อก็ดูแปลกๆ  ต้องติดไม้ติดมือกลับมาซะหน่อย ต่างคนต่างช้อปกันกระจายครับ

         อาจารย์ให้เวลาพอสมควรก็เรียกรวมพลขึ้นรถกลับไปวัดพระธาตุดอยกองมู คืน
นี้พวกเราจะได้นอนที่นี่กันอีก  ถือว่าโชคดีจริงๆครับ
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 14.01.2010 19:53
14.01.2010 19:14 (80925)
pongthaie
หมื่น

198 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 13953
ได้รับ : 4694
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
  คุณ White Knight หายไปนานแล้วนะ กำลังมันเลย ขออีกซักตอนสิ รูปด้วยนะครับ
21.01.2010 16:09 (81184)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
         หลังจากเที่ยวถนนคนเดินแล้ว ก็กลับมากินข้าวกล่องที่วัดพระธาตุดอยกองมู
พร้อมกับชมพระธาตุไปพลาง  เสร็จแล้วก็ไปหยอดเหรียญทำบุญและลอยโคมบูชา
องค์พระธาตุดอยกองมู  รู้สึกชื่นใจบอกไม่ถูก  หลังจากนั้นก็ทยอยกันไปอาบนํ้าเพื่อ
เตรียมตัวไปนั่งกรรมฐานคืนนี้

        ในวันนี้อาจารย์แนะนำเกี่ยวกับการแจกขนมที่ผ่านมา  ว่าเป็นสิ่งที่ชาวเขา
ต้องการจริงๆ เพราะเขาไม่ค่อยมีเงินไปซื้อขนมแพงๆ ให้ลูกได้กิน  ถือว่าเราได้ให้
ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว  อาจารย์ได้สอนว่าเพราะอะไรถึงต้องมาเกิดเป็นชาวเขา
เพราะว่าหากเราต้องเวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อยๆ  เมื่อใดที่ทานบารมีพร่องลง
จะทำให้ต้องมาเกิดเป็นชาวป่าชาวดอย มีความลำบาก


        เมื่อเห็นเขาลำบากแล้ว  ให้น้อมมาโจษย์โทษตนเองว่าเรายังไม่ดี  ถ้า
ดีจริง คงไม่ต้องลำบากมานั่งสมาธิแผ่เมตตาแบบนี้  คงมีเงินเยอะแยะทำอะไรได้
มากมาย  ดังนั้นเห็นอย่างนี้แล้วก็ให้หมั่นทำบารมีให้มากขึ้น

        กรรมฐานในวันนี้ให้นึกถึงบุญบารมีที่ได้ทำในวันนี้  ถึงแม้จะเป็นทานเล็กน้อย
แต่ก็มีผลมาก  เพราะเป็นเหตุให้มีอุปนิสัยในการโปรดสัตว์แบบพระโพธิญาณ ตาม
รอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ  แล้วนอบน้อมกราบองค์ปฐม องค์
ปัจจุบัน  หลวงปู่ปาน  หลวงพ่อฤาษี  ถวายความดีแก่ทุกๆ พระองค์  หลังจากนั้น
ให้ระลึกถึงบารมี 30 ทัศ ที่ได้บำเพ็ญมาแล้วไปเรื่อยๆ จนครบ

        จากนั้นก็แผ่เมตตาในเขต จ. แม่ฮ่องสอน ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้มีพระ
คุณทั้งหลาย  จนอารมณใจนิ่งดีแล้ว  ก็เริ่มเดินจงกรมกัน  โดยจับภาพพระอยู่บน
ศีรษะ  เดินก้าวซ้ายรู้ ขวารู้  ไม่ต้องย่องช้าๆ  เวียนรอบพระธาตุ 3 รอบ  ก็เป็นอัน
เสร็จสิ้นกรรมฐานในวันนี้ครับ

แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 22.01.2010 13:55
22.01.2010 13:53 (81208)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
         วันนี้เราจะเริ่มที่แรกกันที่ถํ้าปลาครับ  พวกเราได้ยินว่ามีปลาเยอะมาก  แอบ
หวังว่าจะไปให้ปลาทำสปาเท้าให้หน่อย  สะสมมาหลายวันแล้ว อิอิ  เสร็จแน่ปลา
น้อย   แต่เมื่อไปถึง มันไม่เป็นอย่างที่คิดครับ  มีแม่ค้าขายอาหารปลา เป็นผักกับ
แตงโม   โอ้โหปลาอะไรกินแตงโม  อยากจะเห็นแล้ว  รับรองว่ามีอาหารพิเศษให้
พวกเจ้ากินแน่  เพียบเลยอยู่ที่เท้า อิอิ


         เดินเท้าเข้าไปประมาณ 1 กม.  อันนี้กะเอาเองนะครับ  คนที่ไปถึงก่อนบอก
ว่าปลาเพียบเลย  โอ้เสร็จเราแน่ปลาน้อย  แต่พอเดินไปเจอปลา  โอ้แม่เจ้าปลาตัว
เท่าแขน 
พอๆ กับที่วังมัจฉา วัดท่าซุงเลยครับ  แบบนี้สปาเท้าไม่ไหวละครับ ปลา
มันตอดเท้าทีนึงคงนิ้วหายแน่  ขนาดแตงโมมันยังฮุบทีเดียวหมดเลย  ไม่เอาดีกว่า
กลัวแล้วจ้า 

         เมื่อเดินมาจนสุดทางจะพบถํ้าเล็กๆ  มีปู่ฤาษีท่านเฝ้าอยู่  ในถํ้านี้จะมีลำธารนํ้า
เล็กๆ ครับ  ผมก็สงสัยว่าปลามันจะว่ายทวนนํ้าไปเบียดกันทำไมเนี่ย?  ไม่เข้าใจ  จน
มารู้จากเพื่อนๆ ว่ามันเบียดกันไปผสมพันธุ์และวางไข่แบบปลาแซลมอนไง
 

         เสร็จแล้วก็ทำเวลากันต่อเพราะต้องนั่งรถข้ามเขาอีกนาน  เพื่อไปอำเภอปาย
เป้าหมาย คือ วัดนํ้าฮุ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชท่านได้เสด็จมาประทับและสะสม
เสบียงในบริเวณนี้  แต่ก่อนอื่นต้องเข้าอำเภอปายก่อนครับ ให้วัยรุ่นไปถ่ายรูปกันหน่อย

พวกเราแวะกินข้าวกันครับ

         เสร็จแล้วก็นั่งรถไปวัดนํ้าฮูครับ  มาถึงแล้วก็ถอยเข้าไปกราบพระในพระวิหาร
จะมีพระประธานองค์ใหญ่กับองค์รองลงมา  แต่องค์ที่สำคัญ คือ พระองค์เล็กที่อยู่
ตรงกลางครับ  ด้านข้างจะมีมัคทายกค่อยเปิดวีดีโอที่อัดไว้ตอนที่ท่านเจ้าอาวาส
เปิดพระเกศพระ  เพื่อตักนํ้ามนต์ที่อยู่ในพระเศียรมาแจกจ่ายให้แก่ญาติโยม  ตาม
ประวัติเชื่อว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท่านสร้างเอาไว้ครับ  กราบพระเสร็จแล้ว
ก็ทำบุญตามอัธยาศัยครับ  แล้วทยอยกันมานั่งหน้า
พระเจดีย์ที่บรรจุมวยผมของ
พระสุพรรณกัลยา


         อาจารย์ไก่นำนั่งกรรมฐานให้ย้อนกลับไปดูสมัยพระนเรศวรฯ  ว่าใครเป็นอะไร
มีหน้าที่อะไรบ้าง  นัั่งไปได้สักแปบมีสมาชิกในกลุ่มร้องไห้เสียงดังมากเลยครับ และ
มีน้องหมามาช่วยประสานเสียงเป็นวงออเครสต้า  ชาวบ้านเริ่มมาดูกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ผมเองก็ดันลืมตาพอดี  โอ้แม่เจ้ามากันเยอะเลย แฮะๆ  เอาไงดี  หลับตาต่อดีกว่า หนู
ไม่รู้ๆ ครับ  แล้วอาจารย์ให้ย้อนดูช่วงที่พวกเรามาทำนาเก็บเสบียงที่หุบเขาปาย
บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก  มีแม่นํ้าปายไหลผ่าน  ด้านซ้ายเป็นแนวเขา จ.
แม่ฮ่องสอน  ด้านขวาเป็นแนวเขา จ.เชียงใหม่  เหมือนกับก้นกระทะ  เหมาะแก่การ
สะสมเสบียงอย่างยิ่ง 
 
         ในสมัยนั้นพวกเราต้องทำนา  แล้วก็ต้องส่งเสบียงข้ามภูเขามีความยากลำบาก
มาก  ความลำบากทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะกู้ชาติ  ที่พวกคนไม่สามัคคีทำลาย
ลงไป  จึงเห็นความสำคัญของความสามัคคีอย่างยิ่ง  จึงร่วมกันอัญเชิญสมเด็จพระนเร
ศวรฯ  เป็นประธาน ประกอบพิธีถือนํ้าพระพิพัฒน์สัตยา  เห็นภาพให้เดินไปทีละคนกรีด
เลือดลงไปในอ่างนํ้ามนต์คนละ 3 หยด  แล้วดื่มนํ้านั้นทุกคน  อีกทั้งยังสาบานกันว่า
พวกเราจะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ และจะไม่ทรยศขัดขวางซึ่งกันและกัน  หาก
ใครผิดคำสาบานนี้ขอให้มีอันเป็นไป

        หลังจากนั้นต่างคนต่างระลึกเรื่องราวของตนเอง ปิติกระจายกันไปใครจะมุงดูก็
ไม่สนแล้ว  หลังจากนั้นอาจารย์นำอุทิศส่วนกุศล และตอบปัญหาเสริมความมั่นใจให้
กับลูกศิษย์ทุกคน

        หลังจากที่ผู้คนเริ่มมาดูกันมากขึ้น  พวกเราใช้แผนสลายตัวชั่วคราว  แยกย้าย
กันกราบพระเจดีย์พระสุพรรณกัลยา  แล้วไปรวมตัวกันใหม่ด้านหน้าวัด  กราบรูปหล่อ
สมเด็จพระนเรศวร  สมเด็จพระเอกาทศรถ  พระสุพรรณกัลยา  แล้วทยอยกันมารวมตัว
กันอีกครั้ง  อาจารย์สอนข้อธรรมให้มากมาย  และบอกว่าเมื่อกี้นี้แค่ ทวนคำอธิษฐาน
ให้เท่านั้นนะ  ไม่ได้นำอธิษฐานใหม่  นั้นเป็นความตั้งใจของพวกเราเองในสมัยนั้น แต่
อธิษฐานแรงเลยติดมาทุกๆ ชาติ  แฮะๆ

        อาจารย์บอกว่าชาตินั้นพวกเรามีความลำบากมาก ยังรักษาศีลทำความดีได้เลย
ชาตินี้สบายกว่าเยอะ  ทำไมจะทำความดีไม่ได้  
บารมีเป็นสิ่งที่เราจะต้องสร้างกัน
เอาเอง  จะให้รอครูบาอาจารย์มาช่วยไม่ได้  ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะมาทำให้เรา
จากนั้นอาจารย์ก็ให้พร

        
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 22.01.2010 16:58
22.01.2010 14:12 (81209)
ลิงผัน
หลวง

398 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 3179
ได้รับ : 10357
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552


         ในสมัยนั้นพวกเราต้องทำนา  แล้วก็ต้องส่งเสบียงข้ามภูเขามีความยากลำบาก
มาก  ความลำบากทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะกู้ชาติ  ที่พวกคนไม่สามัคคีทำลาย
ลงไป  จึงเห็นความสำคัญของความสามัคคีอย่างยิ่ง  จึงร่วมกันอัญเชิญสมเด็จพระนเร
ศวรฯ  เป็นประธาน ประกอบพิธีถือนํ้าพระพิพัฒน์สัตยา  เห็นภาพให้เดินไปทีละคนกรีด
เลือดลงไปในอ่างนํ้ามนต์คนละ 3 หยด  แล้วดื่มนํ้านั้นทุกคน  อีกทั้งยังสาบานกันว่า
พวกเราจะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ และจะไม่ทรยศขัดขวางซึ่งกันและกัน  หาก
ใครผิดคำสาบานนี้ขอให้มีอันเป็นไป 
        

 

อ่านแล้วเห็นภาพ แล้วขนลุกซู่ๆ ตามเลย  บรรยายเจ๋งมากเลยน้องอัศวินม้าขาว

เหอะๆๆๆ พี่ลิงก็เป็นหนึ่งในนั้นที่กรีดเลือดด้วยแฮะ

แก้ไข โดย ลิงผัน เมื่อ 23.01.2010 09:31
23.01.2010 09:30 (81237)
FAME (เฟม)
หลวง

184 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 10970
ได้รับ : 4982
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
                      ขนลุกเหมือนกันพี่จริง  สาธุๆๆๆ เห็นแล้วได้อารมณ์มาก.......
28.01.2010 00:51 (81469)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22002
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
        ออกจากวัดนํ้าฮู ต้องนั่งรถต่อไปไกลพอสมควรเลยครับ  จุดหมาย
คืออุทยานแห่งชาติห้วยนํ้าดัง จ.เชียงใหม่  ขณะที่นั่งรถมาใส่เสื้อกันหนาว
มา 2 ชั้น  เลยเริ่มรู้สึกว่ามันร้อนๆ แฮะ ไม่ไหวแล้วถอดดีกว่า  แต่เมื่อมาถึง
ห้วยนํ้าดังก็ต้องรีบเอาเสื้อหนาวกลับมาใส่เหมือนเดิมครับ  อากาศที่นี่หนาว
แบบทะลุทลวงจริงๆ  ในระหว่างที่รอให้พี่ๆไปติดต่อเจ้าหน้าที่พวกเราก็ถ่าย
รูปวิวสวยๆ ไปพลางๆครับ จนเมื่อได้จุดกางเต๊นท์แล้วก็ทยอยกันขนสัมภาระ
ลงไปครับ อากาศที่นี่หนาวที่สุดในทริปนี้แล้วล่ะครับ  วันนี้พวกเราต้องใช้
ความพยายามกันหน่อยเพราะว่าคนมากางเต๊นท์กันเยอะมาก  แต่พื้นที่มี
น้อย  ไม่นานมากก็เสร็จเรียบร้อยครับ  วันนี้กางแบบรูปวงรีให้ทุกเต๊นท์หัน
หน้าเข้าหากัน เพื่อสร้างพื้นที่ระหว่างเต๊นท์ไว้นั่งสมาธิ กันคนอื่นๆ ที่อาจจะ
มารบกวนได้ครับ

       หลังจากนั้นก็ทยอยเดินไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่อุทยานบริการอาหาร ซึ่ง
ไม่ไกลจากที่พักมากครับ จุดนี้จะมีอาหารต่างๆ เช่น ซาลาเปา ไข่ต้ม ข้าวต้ม
และข้าวผัดกระเพรา
เสร็จแล้วก็เดินช้อปปิ้งได้ครับ  มีจุดขายของเล็กๆ มีอุป
กรณ์กันหนาวให้เลือกซื้อตามสบาย  แล้วก็แยกย้ายไปทำภารกิจของแต่ละ
คนครับ มีเวลาให้คุยเล่นกันนานพอสมควรก็ได้เวลารวมตัวนั่งกรรมฐาน  วัน
นี้ อาจารย์ไม่ค่อยสบาย ไอพอสมควร แต่อาจารย์บอกว่าอาจารย์ไม่หนาว
ก็แปลกดีเหมือนกัน  ส่วนพวกเรานั้นไม่ต้องพูดถึง เย็นเอามากๆ

      การนั่งกรรมฐานในวันนี้อาจารย์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสมัยพระนเรศวรฯ
และนำระลึกชาติในสมัยนั้น  หลังจากนั้นขอบารมีพระให้ทุกๆ พระองค์ได้
โปรดอนุเคราะห์ให้เจ้ากรรมนายเวรที่มาตัดรอนในทุกๆเรื่อง ให้มาโมทนา
บุญไป และอโหสิกรรมต่อกัน  แล้วแผ่เมตตาให้แก่เพื่อนทหารหาญ และ
ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ให้แผ่เป็นวงกว้างไกลออกไป 
หลังจากนั้นอาจารย์
ไก่ได้นำอธิษฐานพระโพธิญาณอีกครั้งให้มีความมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อ
ความยากลำบาก ให้มีจิตใจเข้มแข็งตั้งใจบำเพ็ญบารมีด้วยตนเอง ไม่
ให้ยึดติดในสังขารทั้งหลาย   เพราะสังขารทั้งหลายนั้นไม่เที่ยง  ไม่
สามารถยึดเพื่อพระนิพพานได้ (ตอนที่ฟังในขณะนั้นยังคิดไม่ได้ เพิ่ง
มาเข้าใจตอนนี้นี่เอง)

       
หลังการนั่งพระกรรมฐาน อาจารย์แนะนำการขอบารมีพระในการขอบารมี
พระองค์ให้โปรดอนุเคราะห์ ดูในหัวข้อต่างๆ อย่างเช่น  เกิดเป็นหญิงหรือชาย
อยู่หน่วยไหน  มีหน้าที่อะไร  ลำบากอย่างไร เป็นต้น  อาจารย์เน้นว่าชาตินี้
ถ้าเทียบกับชาตินั้นยังไม่ถึง 10%  เพราะฉะนั้นให้ปรับตัวใหม่  เพราะชาตินี้
จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว


     

03.02.2010 23:44 (81762)
หน้า : << 1 2 3 4 >> 
ไปที่ :












ค้นหา

พจนานุกรม
eXTReMe Tracker
Page generated in 0.555352 seconds.