หน้าแรก วัตถุมงคล ปฏิทินคนเมืองบัว ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ วิธีการแก้ไขดวง / อธิฐานพิเศษ เว็บบอร์ด ห้องสนทนา แผนที่สอนพระกรรมฐาน

หน้าแรกเข้าระบบสมัครสมาชิก
ไปที่ :
หน้า : 1 2 3 4 >> 
กระทู้ที่ 9604
  คะแนนความน่าสนใจ    
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
 เพิ่งกลับจากทริปเดินดงภาคเหนือเมื่อวานนี้ ก็ขอรีบมาเล่าเรื่องให้ฟังกันทันทีครับ
ยังไงก็ขอให้ทุกคนที่ได้ไปมาร่วมแจมกันด้วยนะครับ ทั้งประสบการณ์และรูปถ่ายต่างๆ
ก่อนอื่นเริ่มด้วยตารางการไปทริปในครั้งนี้ครับ
             เดินทางแบบพระโยคาวจร
ร่วมกับคณะผู้ปฏิบัติธรรม ภูเก็ต-แม่ฮ่องสอน
  วันที่ 4 ถึง 10 ธันวาคม
พ.ศ. 2552
     ..............................................................
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.  2552
        ๑๙.๐๐ น. : ออกเดินทาง จาก จ. ภูเก็ต
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2552
        o๙.oo น.  บ้านนนทธรรม
        ๑๑.๐๐ น. วัดท่าซุง กราบนมัสการสังขารหลวงพ่อ
                     พระราชพรหมยาน อ.เมือง จ.อุทัยธานี
        ๑๙.๐๐ น. เจดีย์กลางทุ่ง พักปฏิบัติธรรม อ.เมือง
                      จ.กำแพงเพชร

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.  2552
          ๑๑.๐๐ น.วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน
          ๑๗.๓๐ น. อุทยานแห่งชาติออบหลวง พักปฏิบัติธรรม 
                     
อ. ฮอด จ.เชียงใหม่
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.  2552
           ๑๒.๐๐น. วัดต่อแพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
           ๑๘.๓๐ น. วัดพระธาตุดอยกองมู พักปฏิบัติธรรม 
                        
อ. เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552
         ๐๘.๐๐ น.วัดพระนอน // วัดกำก่อ อ.เมือง 
                     จ.แม่ฮ่องสอน
         ๑๐.๓๐ น.ล่องเรือหางยาว แม่น้ำปาย บ้านกระเหรี่ยง
                      คอยาว อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
         ๑๓.๐๐ น.วัดจองกลาง / นมัสการพระขาวองค์ใหญ่ 
         ๑๕.๐๐ วัดพาราระแข่ง (พระคู่บ้านคู่เมือง) จ.แม่ฮ่องสอน
          ๑๗.๓๐ น. อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา ปฏิบัติธรรม
                    จ.แม่ฮ่องสอน
วันพุธที่ 9 ธันวาคม  พ.ศ. 2552
         ๑๑.๐๐ น. วัดน้ำฮู นมัสการพระศักดิ์สิทธิที่พระนเรศวร
                      ทรงสร้าง / สถูปใส่ผมพระนางสุพรรณกัลยา
         ๑๕.๓๐ น.พุทธบาทสี่รอย กิ่ง อ. สะลวง จ.เชียงใหม่
         ๑๙.๐๐ น" อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ปฏิบัติธรรม  จ.เชียงใหม่
วันพฤหัสบดีที่ 10  ธันวาคม พ.ศ. 2552
          ๐๘.๐๐ น.เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

         ปีนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้ไปเดินดงกับอาจารย์ไก่อีกครั้ง ทริปนี้มีจุดมุ่งหมาย
คือ ไปแผ่เมตตาที่ภาคเหนือกันครับ  ชาวภูเก็ตรวมตัวกันไปได้ 4 คันรถ ก็ 40 คนนั่น
แหละครับ เวลาที่พวกเรานัดกัน คือ วันที่ 4 ธันวาคม เวลา ก่อน 19.00 น. เมื่อทุกคนมา
กันครบแล้ว พี่พริ้วและพี่ Invisible นำอาราธนาบารมีพระมาสงเคราะห์ มีการชุมนุมเทวดา
และสมาทานพระกรรมฐาน ก่อนจะปลุกพระด้วยคาถา นะโมพุทธายะ เมื่อกำลังใจฮึกเหิม
แล้วทุกคนก็ทยอยกันขึ้นรถ สถานีแรกก็ คือ ปั๊มนํามันแถวพังงา เพื่อแวะกินข้าวกัน
        เมื่อกินข้าวที่พังงากันแล้ว ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนขึ้นรถ นู๋เจ บอกทุกคนว่า
ให้ร่วมกันเขียนชื่อเพื่อนำไปเขียนแผ่นทองเหลืองบรรจุในสมเด็จองค์ปฐม ทุกคนไม่รอ
ช้า ต่างคนต่างเขียนกันเต็มที่

        หลังจากนั้นก็หลับไปพักใหญ่ ตื่นมาก็แปลกใจ นี่เรามาอยู่ที่ไหนหว่า? ไม่คุ้นเลย
พี่พริ้วบอกว่า พวกเราถึงประจวบฯแล้ว ตอนนั้นประมาณตี 2 มาได้เร็วจริงๆ วันนี้พี่ๆสารถี
จัดให้ เพื่อรีบไปบ้านนทธรรม เพื่อพบปะกับพี่น้องลูกศิษย์อาจารย์ไก่ แต่เหตุการณ์ไม่
ราบลื่นเสมอไป เมื่อพวกเราหลงครับ กว่าจะถึงบ้านนนทธรรมเกือบ 9 โมงเช้า แล้ว มา
ถึงก็ไม่รอช้า อย่างกับแข่งเดินเร็ว ใครถึงก่อนได้ทองคำ ผมก็ว่าตัวเองรีบแล้ว แต่ไม่ทัน
เลยครับ มีสมาชิกไปถึงก่อนผมกันเกือบหมดแล้ว ผมเกือบรั้งท้าย

        เย้ๆ ทักทายกันยกใหญ่ เหมือนเจอเพื่อนเก่า เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกินอาหารเช้า
มีทั้งข้าวต้ม และอื่นๆ เยอะมาก ยกความดีให้ทีมบ้านนนฯ ไปเลย  กินเสร็จแล้วก็แยกย้าย
กันถ่ายรูป เช่าวัตถุมงคล และอื่นๆ  ไฮไลท์ อยู่ที่การร่วมกันขอขมาอาจารย์ไก่ ป๊ะป๊าทาง
ธรรมของพวกเรา  นำโดยพี่หนุ่ย ณ เชียงใหม่ (pongthaie) ดูแล้วพี่หนุ่ยท่าทางจะปิติล้น
เกินห้ามใจ พูดอะไรไม่ออก พวกเราก็ช่วยกันลุ้นพี่หนุ่ยสุดตัว เสร็จแล้วอาจารย์ก็ให้พร
แบบเต็มๆ หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปหมู่กันรวมคณะกทม.-ภูเก็ต  แต่ในรูปมีมนุษย์เสื้อส้มอยู่
ข้างหลังไวๆ จะเป็นใครนั้นรอรูปถ่ายมาแฉกันครับ อิอิ
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 13.12.2009 11:11
13.12.2009 10:39 (79434)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
        ภารกิจแรกเสร็จไปแล้ว ก่อนขึ้นรถมีฎีกาให้ พี่ dawn to dusk จัดกระเป่าด่วน
เพื่อร่วมเดินทางไปกับคณะภูเก็ต เพราะมีนั่งว่างแบบกระทันหัน งานนี้มีหลายคนมอง
ตาม แงๆ อย่างไปมั่ง พี่ตั้มเอากระเป่ามาวางแล้วก็หายไป สมาชิกคันที่ 3 รีบเอากระเป่า
ขึ้นท้ายรถทันที แอบมัดมือชกเล็กๆ และแล้วก็ถึงเวลาต้องไปกันต่อ เป้าหมายต่อไป
ก็คือ วัดท่าซุง ครับ เป็นจุดที่หลายๆคน หมายมั่นปั้นมือจะมาเช่าวัตถุมงคล หนังสือ
รวมถึงพระบูชา และอื่นๆ ระหว่างทางพวกเราก็ผ่านเจดีย์แม่ศรีสุริโยทัย ครับ อาจารย์
บอกให้กราบกันด้วยมโนฯ แล้วแผ่เมตตาต่อเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่านอยุธยา
สิงห์บุรี อ่างทอง จนมาถึง อ.มโนรมย์ ใกล้ๆ วัดท่าซุง ช่วงนี้พวกเราหลงกันอีกแล้วครับ
คันที่1 ของอาจารย์นำลิ่วไป ที่เหลือ 2,3 และ 4 ชวนกันหลงไปผิดทาง ไปจอดรอข้าม
สะพาน ผมก็แปลกใจ ครั้งที่แล้วที่มาก็ไม่เคยรอข้ามสะพานเลย มันแปลกชอบกล ใน
ระหว่างที่รอมีแม่ค้ามาขายเต่าหลายตัวเลยครับ ก็ร่วมกันช่วยน้องเต่าขึ้นรถมาด้วย
สงสัยว่าท่านเทวดาจะช่วยให้พวกเรามาเอาเต่าไปปล่อยด้วย หลังจากซื้อเต่าแล้ว อาจารย์
วิทยุมาถามว่าถึงไหนกันแล้ว ทำให้รู้ว่าพวกเราหลงแล้วละ ก็รีบกลับรถทันทีจนมาถึง
สี่แยกเก่า พี่คนขับถามผมว่าเอาไงไปทางไหน  แย่แล้วละซิ ไม่เคยนำเลย เคยแต่ตาม
เขา เอาไงดี ใช้มโนฯไม่ทัน เอาลูกเดาก่อนละกัน

ผม        : พี่เลี้ยวซ้ายละกัน
ด้านหน้า : พี่ว่าทางนี้ไปนครสวรรค์นะ
ด้านหลัง : เฮ้ย ทางนี้แน่หรอ?
ผม        : ไม่เป็นไร ไปก่อน ค่อยว่ากัน

อาจารย์โทรมาบอกว่าให้กลับมาที่ถนนเส้นใหญ่แล้วเลี้ยวซ้าย ไปอุทัยธานี แกสังเกต
ป้ายนะ อุทัยธานี

      หลังจากที่เสี่ยงมามั่วมา ก็เห้นป้ายเลี้ยวซ้ายอุทัยธานี ดีใจจริงๆ เดาถูก ไม่งั้นโดน
เละแน่  พี่วี(ปวีณา)โทรถามว่าถึงไหนกันแล้ว ก็บอกว่าใกล้ถึงวัดท่าซุงกันแล้วครับ พี่วี
บอกให้นำทุกคนไปที่ร้านอาหารก่อน พวกเราจะไปรวมกันตรงนั้น รับทราบครับ
      เมื่อมาถึงร้านอาหารแล้ว ก็ทยอยกันไปสั่งข้าว ในระหว่างที่รอ พวกเราก็เอาน้องเต่า
ไปปล่อยที่สระนําด้านหน้าศาลาปีผีเสื้อที่หลวงพ่อท่านเคยอยู่  รู้สึกโล่งใจบอกไม่ถูก
หลังจากกินข้าวกันแล้ว อาจารย์ให้เวลา 45 นาที  เจอกันตอนบ่ายสามนะจ้ะ ตามอัธยาศัย
เหล่านักสะสมวัตถุมงคลรีบข้ามถนนไปตึกรับแขกทันที  จุดนี้ใช้เวลากันมากที่สุด ก่อน
ขึ้นตึกรับแขกก็เจอป้าพุดตานและคณะที่มาร่วมบวชชีพราหมณ์ ขอโมนทนาบุญด้วยครับ
ทักทายกันแล้ว รีบไปเช่าทันที เสร็จแล้วก็กราบหลวงพ่อ พระองค์ที่ 10 และ 11 รวมถึง
ท้าวมหาราชทั้งสี่  ก็ใกล้ถึงบ่ายสามพอดี  ขอแฉนิดนึงว่า เจ้าม้านิลมังกร ขี้แตะครับ 55
เลยโทรมาฝากผมเช่าพระให้ด้วย โดนเล่นซะแล้ว  ช่วงนี้เจ้าม้าฯแอบไปทำสังฆทานคน
เดียวที่ศาลาพระพินิจฯ โมทนาบุญกับเจ้าม้าด้วยครับ

      ขึ้นรถแล้ว ก็มาต่อกันที่ปราสาททองคำครับ ถ่ายรูปกันเต็มที่ แล้วไปต่อกันที่หลวง
พ่อเงินไหลมาเทมา หรือ พระยืน 30 ศอก นั่นแหละครับ เสร็จแล้วไปมณฑปสมเด็จองค์
ปฐม กราบท่านขอพร อาจารย์บูชาพานกับผ้าไตรชุดใหญ่ พวกเราไม่พลาดเกาะกันเต็มที่
เสร็จแล้วอาจารย์ให้ไปมณฑปพระศรีอาริย์กันต่อ ระหว่างนั้นพี่ freedom มาเงียบๆ ถือ
พานพร้อมด้วยพระวิสุทธิเทพ และลูกแก้วย่องมาเบาๆ  พวกเราถึงกับชะงัก ย้อนหลัง
กลับไปขอเกาะด้วยครับพี่  ปิติกระจายกันไป โดยเฉพาะเจ้าม้าฯ

      เสร็จแล้วมากราบพระศรีอาริย์ บูชาท่านด้วยพานเงินพานทอง แล้วก็รีบไปวิหาร 100
เมตร  ปรากฏว่าถึง 4 โมงเย็นแล้วเศร้ากันไป  จึงแวะห้องนําหน้าพระวิหารแทน ก็เจอกับ
ป้าพุดตานและคณะอีกครั้ง นั่งพักคุยกันพอสมควร ก็ต้องรีบไปต่อ เพราะต้องไปถึงบ้าน
พี่กุล กลางทุ่ง ก่อนคําครับ
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 14.12.2009 23:17
13.12.2009 10:41 (79435)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
           ถึงบ้านพี่กุล ก็ประมาณทุ่มนึงแล้วครับ ทักทายกันยกใหญ่ครับ  ทางเจ้าภาพนำ
โดยพี่กุล พี่จิ๊บ และท่านอื่นๆ เตรียมตัวต้อนรับอย่างดี จัดโต๊ะจีนไว้ให้พวกเราแล้ว อาหาร
นั้นเยอะมาก อะไรบ้างก็ไม่รู้อร่อยดี ผลไม้ก็เพียบทั้งกล้วยทั้งส้ม กินยังไงก็ไม่หมดแน่ๆ
หลังจากนั้น ก็แยกย้ายไปอาบนํากันครับ คันที่ 3 และ 4 นั่งรถตู้ไปอาบนําบ้านพี่จิ๊บ คันที่
3 ในระหว่างรอคิวอาบนําก็มีการโชว์พระเครื่องและโชว์คอนเสิร์ตบอดี้สลัมกันครับ นำโดย
เจ้าม้าฯ อีกแล้วครับ เฮฮากันไป 

         อาบนําเสร็จก็กลับไปที่บ้านพี่กุลครับ รอรวมตัวกันไปกางเต๊นท์ งานนี้อาจารย์ไก่
คุมเอง  กางกันแปบเดียวก็เสร็จแล้วครับ  หลังจากนั้นก็ไปรวมตัวกันนั่งพระกรรมฐานกัน
พี่กุลและคณะ จัดสถานที่ได้ดีมาก ตัดหญ้าและจัดปะรำพิธีเรียบร้อย อาจารย์ไก่เล่าประวัติ
ความเป็นมาของเจดีย์กลางทุ่งและเรื่องราวในอดีต  ที่เป็นเหตุให้พวกเราต้องมารวมตัวกัน
อีกครั้งหนึ่ง

         ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พระท่านอนุญาตให้มาพักกันที่เจดีย์กลางทุ่งได้ ถือเป็นโอกาส
ที่พิเศษจริงๆ  ซึ่งในสมัยพุทธกาล  พระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาที่กำแพงเพชร  โดยที่
บริเวณทุ่งเศรษฐีจะเป็นเมืองหลวง 
ส่วนชากังราวจะเป็นเมืองรอบนอก  ความเจริญ
ของที่กำแพงเพชร มีมาพร้อมๆกับสมัยพุทธกาล ส่วนเชียงแสนมีก่อนสมัยพุทธกาล  เจดีย์
กลางทุ่งนี้  มีอายุพอๆกับเจดีย์พระบรมธาตุ  และเจดีย์พิกุลทอง ที่พี่กุล กลางทุ่ง ได้เคย
สร้างไว้จึงเป็นเหตุให้พวกพี่กุลต้องมาอยู่ที่กำแพงเพชร  ในชาติปัจจุบันก็ชื่อ พี่กุล  ต่อมา
ทางคณะของพี่กุลได้เวียนว่ายตายเกิดทำบารมีแถว จ.กำแพงเพชร หลายชาติ  บุคคลต่างๆ
ในคณะกำแพงเพชรก็เป็นลูกหลานของพี่กุล  ชาตินี้จึงได้มาทำบารมีด้วยกันอีก  ส่วนคณะ
ของภูเก็ต เป็นพวกที่เดินทางเรื่อยมา จนมาพบกับคณะกำแพงเพชร  โดยที่พี่กุลอาจจะรู้จัก
แค่บางคน ที่เหลือก็มาแบบมึนๆ เพราะจำนวนเยอะมาก

         การที่ทั้ง 2 กลุ่ม ได้มาพบกันอีกในครั้งนี้ ได้ผ่านการคัดสรรแล้ว โดยทางภูเก็ตนั้น
กว่าจะมาถึงกำแพงเพชรได้นั้นลำบากมาก  ชนิดเลือดตาแทบกระเด็น  มีอุปสรรคต่างๆ
มากมายกว่าที่จะลางานมาเดินดงได้  ต้องตั้งกำลังใจให้เข็มแข็ง  ถ้าเจ้านายไม่ให้ไป
หนูจะลาออก
  แต่เมื่อกลับจากการเดินดงพวกเราได้ดีกันทุกคน  กำลังใจแบบนี้เทวดา
ท่านบอกว่าหายาก
  ต้องย้อนหลังกลับไปเมื่อ ปี 2551  หลังจากเดินดงทริปอีสานเสร็จ
แล้ว  กำหนดการของปี 2552 ก็ออกทันที ทำให้เจ้ากรรมนายเวรระดมพลมาขวางกันเยอะ
มาก

         เจดีย์กลางทุ่งนี้ สร้างสมัยพระเจ้าพรหมมหาราช หลังจากที่เหล่าทหารกล้าได้ขับ
ไล่ขอมดำออกจากประเทศไทยแล้ว จึงได้ถวายดาบคู่ใจเป็นพุทธบูชาไว้ที่เจดีย์กลางทุ่ง
แห่งนี้ โดยที่เจดีย์นี้มีพระที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ประมาณ 10 องค์ 
         การนั่งกรรมฐานในวันนี้  ให้พิจารณาถึงความไม่เที่ยง ว่า บริเวณนี้เป็นเป็นที่เจริญ
มาก่อน  วัดนี้มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ มีพระอาศัยอยู่เป็นพันองค์  แต่กาลเวลาผ่านไป
วัตถุต่างๆก็เสื่อมสลายตามไปด้วย เป็นที่น่าเศร้าใจ  มันไม่ต่างอะไรกับร่างกายของเรา
เช่นกัน โดยใช้อดีตังสญาณ  แล้วเจริญอารมณ์ของพระอริยเจ้า โดยมีท่านสุตตะ ท่าน
สุมานะ ท่านวัชระปิตา ซึ่งเป็นพระอรหันต์ เป็นต้น  มาประจำทั้งแปดทิศ  เพื่อรับพลัง
อภิญญา ปิติกระจายกันไป  หลังจากนั้นจึงแผ่เมตตา ดั่งเราโยนหินลงในนํ้าแล้วกระเพื่อม
ออกไปเป็นวงกว้าง  ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย  ด้วยอากาศในบริเวณนี้ที่เย็นสบายและ
สถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์  จึงทำให้อารมณ์ใจของพวกเรานั้นเย็นสบาย  สถานที่แบบนี้
จึงเรียกว่า สัปปายะ

        หลังจากนั่งพระกรรมฐานเสร็จ อาจารย์ให้พวกเราแยกย้ายกันไปนอน  อาจารย์บอก
ว่าวันนี้เทวดาท่านจะมาประจำการคุ้มครองให้ นอนหลับกันได้อย่างสบายใจ แต่ระวังกุมาร
จะเปิดแอร์ เดี๋ยวเตโชกสิณจะดับเอา

13.12.2009 10:55 (79437)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
        เช้าวันที่ 6 ตื่นประมาณตี 5 กว่าๆ รวมตัวกันเดินพาร่างอันล่องลอยและหนาว
เย็น ไปอาศัยบ้านพี่กุลกัน ในระหว่างทางมี ผม เจ้าม้าฯ  และนายแสนดี เดินกันมา
3 คน มาพบกับชาวบ้านแถวนั้นเข้า

น้า          :  เฮ้ย พวกเอ็งมาจากไหนกันวะ?
บอดี้สลัม  : พวกผมมาจากภูเก็ตครับ
น้า          : มาไกลนะเนี่ยยยยย แล้วพวกเอ็งจะไปอาบนําบ้านนั้นหรอ?
บอดี้สลัม  : ครับบบ
น้า          : งั้นพวกเอ็งมาอาบที่บ้านน้าดีกว่า ไม่ต้องไปรอคิวเสียเวลา บ้านน้า
                มีนําอุ่นด้วยนะ
บอดี้สลัม  : ไม่เป็นไรครับ เกรงใจ (นําอุ่นก็เข้าท่านะ) พวกผมไปรอคิวดีกว่า
                 (บรรยากาศบ้านน้าแกน่ากลัวครับ มืดๆ)

         หลังจากเข้าห้องนําและกินของว่างเสร็จแล้ว ก็เดินกลับไปที่เจดีย์กลางทุ่ง
เพื่อรอถวายอาหารพระ ก็พบน้าคนนั้นอีกแล้วครับ  น้าแกถามว่าพวกเอ็งนอนกัน
ตรงไหน?  ก็ตอบไปว่ากางเต๊นท์นอนที่เจดีย์ครับ  ก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบเดินกลับ
ไปเก็บเต๊นท์  แล้วมานั่งรอถวายอาหารพระ 
         ในระหว่างที่รอพระฉันอาหารนั้น  ก็บิดขี้เกียจตามสบาย แต่บังเอิญหันไป
เจอน้าคนนั้นครับ  น้าแกตามมาถวายอาหารพระด้วยครับ  พวกเรางงกันครับว่า
มาตั้งแต่เมื่อไหร่? เสร็จพิธีพระท่านให้พรสวดคาถาเยอะมากครับ  พระท่านก็ขึ้น
"บูรพารัสมิง..." พวกผมที่อยู่ด้านหลังเริ่มปิติขึ้น  แต่ก็เกรงใจน้าแกครับ เก็บๆ
อาการไว้ก่อน  หลังเสร็จพิธีพี่กุลอาราธนาพระท่านแจกของที่ระลึกเยอะแยะมาก
และได้ถ่ายรูปร่วมกันไว้ ก่อนที่จะไปรวมตัวกันอีกครั้งที่บ้านพี่กุล

          กองทัพนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล  การเข้าห้องนําเป็นเรื่องที่ดี งานจะได้
ไม่เข้าระหว่างทาง  เสร็จแล้วทุกคนก็มาถ่ายรูปรวมกันอีกครั้ง  รําลากันไป มีพบ
ก็มีจาก เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อได้เวลาพวกเราก็ขึ้นรถเพื่อไปกันต่อ เป้าหมายต่อ
ไป คือ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน  กราบครูบาชัยวงศาพัฒนา
 
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 13.12.2009 11:47
13.12.2009 11:35 (79439)
cydpb
หลวง

761 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 16135
ได้รับ : 15868
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552

ยังมีต่อใช่ไหมครับ รอนะครับ รอ  สาธุ โมทนาด้วยครับผม

13.12.2009 21:55 (79453)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
        เช้าวันที่ 7 ออกจากกำแพงเพชรแล้ว  พวกเราก็เข้าสู่ จ.ตาก แล้วก็มาถึง
เขต อำเภอเถิน จ.ลำพูน  จุดหมายในวันนี้ คือ  วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เพื่อไป
กราบครูบาชัยวงศาพัฒนา ท่านเป็นผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ ผลงานของท่านที่
เด่นๆ คือ การเป็นผู้นำชาวกะเหรี่ยง ให้หันมารักษาศีล 5 กันทั้งหมู่บ้าน และท่าน
ยังมีผลงานในการสร้างวัดหลายแห่งใน จ.ลำพูน อีกด้วย

        เมื่อมาถึง อาจารย์ไก่นำพวกเราไปกราบสังขารของหลวงปู่ ซึ่งทางวัดได้
ย้ายสังขารของท่านมาไว้ที่วิหารพระเมืองแก้วในปีนี้  ที่วัดแห่งนี้ได้ทำบุญกันเยอะ
มากตามที่ต้องการ  เสร็จแล้วอาจารย์ก็นำไปกราบรอยพระพุทธบาท  หลายคนได้
อธิษฐานเสี่ยงวัดความยาวไม้เสี่ยงทายกัน  วิธีก็คือ วัดความยาวของแขนกับไม้เสี่ยง
ทายก่อน  หลังจากนั้นก็เอาไม้ไปแตะรอยพระพุทธบาทแล้วอธิษฐานเรื่องที่ต้องการ
จะรู้  ถ้าสำเร็จขอให้ไม้สั้นหรือยาวกว่าเดิม ก็เป็นอันเสร็จสิ้น  ของผมวัดครั้งแรก
เท่าเดิมครับ  ส่วนครั้งที่ 2 อธิษฐานให้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะมึนๆ ไม่รู้
จะขอสั้นหรือยาวดี ปรากฏว่ามือยาวกว่าไม้ 1 ข้อนิ้ว ครับ  อาจารย์บอกว่าถ้าความ
พยายามเท่าเดิมก็ได้  แต่ถ้ามีความเพียรก็จะดีกว่าเดิมครับ

        เสร็จแล้วก็มากราบพระพุทธรูปข้างๆ พระวิหารกันครับ ด้านหน้าของพระพุทธรูป
จะมีหินพระธาตุลายพยัพเมฆ  เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละครับ ลวดลายสวยมาก หลัง
จากนั้นก็ทยอยกันเดินออกมาด้านนอก  เพื่อกราบท่านปู่ชีวก และสี่หูห้าตา  ตาม
ประวัติแล้วเป็นพระอินทร์แปลงมาทดสอบขันติบารมีของชายหนุ่มคนหนึ่ง  ด้วยการ
ทำลายพืชผลที่ชายหนุ่มปลูกไว้จดหมด  ชายหนุ่มนั้นโมโหมากคิดที่จะจัดการกับ
สี่หูห้าตาให้ตาย  แต่ก็ไม่ได้ฆ่ามัน จึงจับมามัดไว้ในบ้าน  เมื่อสังเกตว่าสัตว์ประหลาด
รู้สึกหนาวก็ก่อฟืนให้  จนชายหนุ่มเผลอหลับไป  ตื่นมาอีกครั้งก็ตกใจ เมื่อพบว่าเจ้า
สัตว์นี้กินถ่านไฟแดงเข้าไปหน้าตาเฉย  แถมยังขี้ออกมาเป็นทองคำอีกต่างหาก  ทำ
ให้ชายหนุ่มคนนี้รวยขึ้นๆ  จึงนึกได้ว่าดีนะที่ไม่ได้ฆ่ามัน  เรื่องนี้ก็เป็นนิทานพื้นบ้านที่
สอนให้คนเรามีพรหมวิหาร 4 และรักษาศีล 5 แล้วจะพบกับความสุขเอง
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 13.12.2009 22:53
13.12.2009 22:17 (79455)
สมภู
ขุน

375 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 9372
ได้รับ : 6242
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
แถมยังขี้ออกมาเป็นทองคำอีกต่างหาก  ทำ
ให้ชายหนุ่มคนนี้รวยขึ้นๆ  จึงนึกได้ว่าดีนะที่ไม่ได้ฆ่ามัน





โอ้โหอึน้อยเป็นทองด้วย
13.12.2009 23:32 (79458)
ไอ้จ่อยแสบ
ขุน

459 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 9246
ได้รับ : 10724
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
เฮ้ยยย

หยินหยาง


พระเจ้าไกด์ กับ พระเจ้าไจ๋นี่หว่า


อิอิ
เลี้ยงขวา : นครสวรรค์ อิอิ
14.12.2009 02:04 (79465)
ฝั่งแห่งภพ
หลวง

453 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 3170
ได้รับ : 8548
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
ชอบพรีเซนเตอร์จัง
14.12.2009 10:41 (79468)
พริ้ว
ออกหลวง

154 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 2717
ได้รับ : 2603
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
โห..เล่าเรื่องได้ดีมากครับ..ลูกชาย
อย่างนี้ซินะ...ที่เขาเรียกว่าพระเจ้ากฤษ...สุดยอด...
แล้วน้องม้า...ไรโตะ..ไปไหนนะ..
รีบๆมาเล่าเรื่องได้แล้ว...เมื่อวานเห็นขี่รถตามสาวอยู่รึป่าวนะ...อิๆ
จ๊ะเอ๋..ก็รีบมาเล่าความฝันให้ฟังด้วยนะ..
เพราะได้ข่าวว่านอนหลับตลอดทริปเลยนิ.... จริงไม่จริงต้องถามเจ้าม้าขาว..
น้องนาคาพิสุทธิ์หายไปไหนนะ... 
พี่ๆรอฟังเรื่องราวเจ้าของทรงผม...แห่งทะเลใต้อยู่นะ(ทองแดงได้ใจนิ)
ปางนู...ก็อย่าชักช้า..รีบมาบรรยายทริปนี้..เร็วไว
เอาที่แชะๆมาลงด้วยนะ...  แต่เรื่องกลิ่นต้องปรับปรุงนะครับ..อิๆ
ชิน..(เอ็นพี)แสงวาบ..  ถ้าว่างก็มาช่วยกันเล่าเรื่องราวที่ไปเผชิญมานะครับ
หวังว่าสิ่งที่อธิษฐานไว้...คงส่งผลเร็วไว...(ขอให้มีแสงสว่างมากกว่าเดิม...วาบๆ)
เจ็ก(พี่)เอี่ยว..เจ้าของโรงเรียนกระเหรี่ยงคอยาว...(ทริปนี้เจ๊กทุ่มสุดตัว...เลยนะ)
ต้องฝึกเล่นเนตให้ได้ไวๆ...จะได้ไม่ตกเทรน...นะครับ(เรียกพี่ได้ไหม..แล้วพี่จะให้ค่าขนมหมื่นห้า)
ส่วนสามสาวนักรบญี่ปุ่น..(โสม..สอง..จิ..)ถ้ามีเวลา...ว่างจากลูกพุทธ..
ก็อย่าลืมมาเล่าประสบการณ์กันนะจ้า...  ว่าแต่วันนี้ดื่มก้านกล้วยแล้วรึยังจ้า..
หนุ่ย...(พงษ์ไทยอี)ผู้ที่โลดแล่นอยู่ในไซเบอร์แบบหาตัวจับยาก..แน่นอน
อย่าลืมแวะมาทักทาย....น้องๆกันหน่อยนะครับ...(อยากจะบอกว่าคุณเป็นคนที่ร้องไห้ด้งที่สุดเลยนะ)
พรรณ..สาวน้อยผู้ปลีกวิเวก...แอบคิดถึงน้องหมาอยู่แน่ๆ...
ถ้าให้อาหารเสร็จแล้วก็แวะมาเล่าเรื่องราว...ของตัวเองด้วยนะจ้า...(วันนี้คุณถ่าย(รูป)รึยัง)
แมมบูล...นายแสนดี... ทริปนี้เป็นไง...คงถูกใจไปตามๆกันนะจ้า..หวานซะไม่มี..อิๆ
ตัวอยู่ไกล..แต่ใจอยู่ใกล้...แค่ถอดกายทิพย์ก็ถึงแล้วละ...นะ
น้องปลา...น้องนก...คุณเจี๊ยบ..  กลับบ้านแล้วอย่าลืมแวะมาทักทายกันอีกนะครับ
มัวแต่ทำงานกันเพลินนะจ้า...  (นก..อ.ไก่เมื่อยแล้วลูก)
พี่สุด...พีพิสาร...น้องใหม่..แต่หัวใจเต็มร้อย..
ใหม่ไฟแรง..แซงหน้าพี่ๆโลด...  ว่าแต่เรียกขึ้นรถทีไร..พี่พีสารหายไปกินกาแฟทุกที..งงๆ
เจ้าสำนัก..พี่โอ(เล่)..ก็ช่วยเม้าท์ให้กำลังใจน้องๆกันหน่อยนะ...
เพราะเล่าเรื่องได้สนุกมากๆ... สมกับเป็นอินวิสเบิ้ล..จริงๆ
ดาวเรือง... ตัวเล็ก...ทำงานตัวเป็นเกลียวเลยนะจ้า..
ไงก็อย่าลืมมานำเที่ยวในเนตบ้างนะ... พี่ๆรออ่านอยู่จ้า..
น้องมันตา..หลานลิต้า...น้องบี...  อย่าลืมแวะมาทักทายและเล่าเรื่องหนุกๆให้ฟังอีกนะ
เมื่อวาน..แอบเจอน้องบี..กับหวานใจ..ในเซ็นทรัลด้วย..ปาปารัสซี่บอกมา..
สาวเจเล่...ก็อัพเดทรูป..แบบทุ่มสุดตัวจริงๆ..น้องเรา..
ไม่ว่าจะเหนื่อยอย่างไร...กล้องมา...เจพร้อมเสมอ...
เมื่อวานมาช่วยล้างเต้นท์กัน...สุดเหนื่อย...แต่เจก็ยังฮำเพลงได้ตลอด..เพลงอะไรต้องถามเจ้าตัวเองนะ..อิๆ
เหล่าเฮ็กเปีย... อาจจะดูเหนื่อย..แต่ตาหวานมัดใจสาวๆตลอดเวลา..
ไม่มีใครไม่รู้จัก...หนุ่มสุราษฏร์ธานี..  ปิติแบบขวัญหาย...มาแต่ละที..คนข้างๆจิตตกไปตามๆกัน..เฮ้ยยยยยย
เจ๊บู่...เจ๊ทรัพย์..เจ๊เต๊าะ...  สามซือเจ๊..คู่แข่ง ฮกลกซิ่ว..ก็ไม่ปาน
ไม่ว่าอยู่ที่ไหน..เจ๊เต๊าะ..แทรกซึมได้ทุกที่...สมเป็นเจ้าเมือง...จริงๆ  ขนาดไปทริป..ยังไปยืมมอไซด์ของคนอื่นมาขี่ได้อย่างสบาย.... งานนี้..อ.ไก่..ยังงงเลย... จะตกรถก็คราวนี้ละว้า...อิๆ
น้องจริณ..น้องกุ้ง..และท่านแม่(คาราโอเกะ)...
ไม่ว่าจะไปแห่งใดก็ไม่หวั่น...ขอให้ได้ถือไมค์..เป็นไม่เมารถ..
เจอคุณแม่ทีไร...แม่บอก..แม่ชอบมากๆเลยลูก....(ร้องเพลงตลอดทริป..อารมณ์ดีจ้า)
พิเศษต้องยกให้คู่นี้...น้องปุ้ม(สตาร์ดัท)กับพี่โอ๊ค(ฟรีด้อม) ก็อย่ามัวสอนพิเศษจนเพลินนะครับ
แวะมาเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆชาวเวปฟังกันบ้าง...  ว่าแต่มีที่เก็บพระพอมั้ยครับ..พี่   ทั้งคันเป็นของพี่โอ๊คครึ่งหนึ่ง... ใครจะมาขอแบ่งก็ต้อง..ติดต่อกันเองนะครับ... งานนี้
คุณตั้ม...คงมีความสุขและสนุกกับพวกเราแน่นอน...นะครับ
น้องอายู.. บอกว่าทริปนี้..โดนใจจริงๆ..
โดยเฉพาะล่องเรือไปแจกขนมให้กับกะเหรี่ยงคอยาว.... เป็นปลื้มแทบลืมใครบางคนเลยทีเดียว...
อ้อนึกว่าลืมใคร..ที่แท้ก็โต้โผ..อาเจ๊ปวีณา..นี่เอง...
สโลแกนที่น้องๆให้ไว้...คือมีปัญหาปรึกษาเจ๊  ทั้งบุ๋นทั้งบู๊...และเป็นเอทีเอ็มให้ชาวคณะด้วย..
ส่วนกระผม...ก็พริ้วไหว..ไปกับสายลมละกัน...
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน....ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆ...ก็ตาม  สโลแกนที่ชอบ..ศรีทนได้...
ขอบคุณพลขับทั้ง 5 คน... พวกเราฝากชีวิตไว้กับท่าน...จริงๆ...บรือ..(เข้าปั๊ม..กินข้าว..แวะที่ไหนที่นั่นแตก)
และคนที่สำคัญที่สุดในทริปนี้....คือ  อ.ไก่...... ต้องกราบขอบพระคุณอาจารย์ที่เมตตา...นำพาลูก(ลิง)ทั้งหลายให้พลอยได้สร้างบารมี..และร่วมกันแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร...ทั้งหลาย   
อาจจะมีพลั้งเผลอทำให้อ.ไก่..ยุ่งยากลำบากใจ(มีอยู่ตลอดเวลา...เลยละ)เหล่าลูก(ลิง)ทั้งหลายก็ต้องกราบ
ขอขมาอ.ไก่ไว้ณ.ที่นี้ด้วย...  ขออ.ไก่ ได้โปรดอดโทษงดโทษให้กับลูก(ลิง)ศิษย์คณะภูเก็ต..ตั้งแต่วันนี้ตราบเท่าเข้าสู่นิพพาน....ด้วยเถิด
ปล.ขอให้เพื่อนๆและพี่น้องชาวเวปคนเมืองบัว...โมทนาบุญกับคณะเดินทางครั้งนี้  ให้ได้รับประโยชน์ความสุขเท่าเทียมกับพวกเราทุกประการครับ...
สุดท้าย...ท้ายสุด..อยากจะบอกว่า.. พวกเรารักอาจารย์ที่สุดเลยครับ....
14.12.2009 12:31 (79475)
N^_^P
หมื่น

66 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 5436
ได้รับ : 1420
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
 ขอบคุณพี่่พริ้วนะครับ กับพรแสงวาบไปทั่วทั้งโลกา 3 ภพ 

  ว่าแต่ผมจะขอเล่าตั้งแต่ ก่อนไปทริปนี้ 1 วัน  คืนวันก่อนไปผมนั่งสมาธิปกติ 
 ก็ไม่ได้คิดอะไร ระหว่างที่สงบอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงองค์สมเด็จท่านตรัสว่าการไปแสวงบุญคราวนี้ มีจุดประสงค์คือเราต้องไปบำเพ็ญบารมี 10 ทัศ มี ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา ขันติ วิริยะ เมตตา สัจจะ อุเบกขา อธิฐาน ให้สมบูรณ์ครับ จากนั้นผมก็จดจำไว้ และทำตามครับ  หลังจากออกจากสมาธิก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลย ตั้งหน้าตั้งตาตรวจดูของที่จะเอาไปให้ครบถ้วน... แบบว่าปลื้ม...ไปทั้งวัน...อิอิ
14.12.2009 17:47 (79492)
pongthaie
หมื่น

198 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 13953
ได้รับ : 4694
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
หนุ่ย...(พงษ์ไทยอี)ผู้ที่โลดแล่นอยู่ในไซเบอร์แบบหาตัวจับยาก..แน่นอน
อย่าลืมแวะมาทักทาย....น้องๆกันหน่อยนะครับ...(อยากจะบอกว่าคุณเป็นคนที่ร้องไห้ด้งที่สุดเลยนะ)
 
สวัสดีครับ พี่พริ้ว หนุ่มใหญ่แห่งภูเก็ต เรื่องร้องไห้คือแบบว่า น้ำตาลูกผู้ชายไม่เคยหลั่งออกมาถ้าไม่จำเป็น 
มันมีเหตุครับผม พี่พริ้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนที่เราจะเดินทางออกจาก วัดพระธาตุดอยกองมู ในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน คืนนั้นผมนอนหลับสบายมาก ตื่นนอนแต่เช้าก่อนใครๆแต่ไม่รู้จะทำอะไรดี ก็เลยมาไหว้พระสวดมนต์ เป็นบทสวด พาหุงมหากา และ ชินบัญชร ตอนสวดมนต์อยู่เหมือนมีใครมานั้นอยู่ข้างๆ แต่ผมไม่สนใจอะไรมาก มีก็ชั่งไม่มีก็ชั่งไม่ใส่ใจกับมัน สวดมนต์จบก็แผ่เมตตาตามแบบฉบับ เสร็จเรียบร้อยก็มีเพื่อนๆมาชวนกันไปดื่มกาแฟครับ หลังจากดื่มกาแฟแล้วก็เตรียมตัวขึ้นรถกัน พร้อมออกเดินทาง ทุกอย่างราบรื่นดีครับ ทำกำลังใจสบายๆสักพัก ผมก็เห็นมีศาลหรืออนุสาวรีย์อะไรซักอย่างเข้ามาในมโน ผมก็ลองถามคนขับรถและเพื่อนในรถว่าข้างหน้าจะมีศาลหรืออนุสาวรีย์อะไรมั้ย ผมก็ไม่เห็นมีใครตอบ ผมก็เลยต้องถามเองแล้วก็ตอบเองว่าจะมีนะครับ เอ่อ เอ่อ เอ่อ และแล้วผ่านไปนานเข้าๆ เราไม่เจอศาลอะไรเลยจนถึง อำเภอปานครับผมก็ลืมไปแล้วเรื่องศาลอนุสาวรีย์ จนมาถึงวัดน้ำฮูครับ เราได้เดินขึ้นไปกราบพระพุธทรูป (หลวงพ่ออุ่นเมือง ที่มีน้ำไหลออกมาจากเศียรขององค์ท่าน) ผมนั้งอยู่ข้างๆ อาจารย์ไก่พอดีครับ ผมหันไปบอกอาจารย์ว่า "อาจารย์ครับวัดนี้สิที่ผมปลื้ม ที่ผ่านๆมาผมไม่ค่อยชอบเลย " พอผมพูดจบเท่านั้นแหละครับผม "ถ้าแกปลื้มก็ไปกราบพระธาตุข้างหลังโบสถ์กัน เรียกให้ทุกคนมารวมกันที่นี้นั้งสมาธิกัน" มันก็เป็นผมอีกนั้นแหละครับที่นั้งข้างหน้าก่อนใครๆเขา แต่ในใจผมไม่ได้คิดอะไร คงเป็นเพราะว่าผมไม่เคยคิดว่าผมจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ พระนเรศวร ผมคิดอยู่ว่าผมเคยเป็นทหารของ พระเจ้าตากกับทหารราชกาลที่ 1 เท่านั้นคงไม่เกี่ยวกันเป็นแน่ พออาจารย์เริ่มพิธีผมก็ทำตามที่อาจารย์บอกก็เท่านั้นผมไม่รู้สึกอะไรเลย มีแต่คนที่นั้งอยู่ข้างหลังเขามีปิติกันกระจาย ผมเฉยๆครับ คิดอยู่ว่าคงไมเกี่ยวอะไรกับเราหลอก พอผมคิดอย่างนี้จบ ก็มีเสียงพูดเข้ามาพร้อมกับภาพขององค์ท่านปรากฏขึ้นมาทันที่ " มึงยังไม่รู้อีกหรือว่า กูไปรับมึงตั้งแต่เช้าแล้ว " พอผมนึกย้อนไปตั้งแต่เช้าที่สวดมนต์ เห็นศาลอนุสาวรีย์ และแถมด้วยอาจารย์เล่าเรื่อง พรรณนาบรรยายเหตุการณ์ต่างๆอย่างเห็นภาพ มันก็เลยเป็นเหตุให้ผมต้อง ปล่อยโฮ โฮ่ โฮ๋ ออกมาแบบไม่มีหยุด เพราะเรามันยังโง่จริง ยังไม่สำนึกอะไรได้เลย ท่านไปรับเราตั้งแต่เช้า ท่านดูแลเรามาตลอดทาง ท่านยังเป็นห่วงและรักเรามากเหมือนเดิม แต่เรากลับลืมท่าน เราไม่รู้เราไม่เกี่ยว ในความรู้สึกในอารมณ์นั้น คือรู้สึกผิดมากๆ ตัวเราเองมันโง่จริงๆ และผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ไก่ ผู้มีพระคุณมากกับผม และผมยังโชคดีที่มีเพื่อนๆ ที่ดีๆ ผมขอขอบคุณอีกนิดครับอาจารย์ ที่คอยดูแลผมไม่ให้ผมร้องไห้แข่งกับหมาให้อายคน ถ้าอาจารย์ไม่บอกให้เลิกเสียก่อน ผมคงต้องร้องไห้แข่งกับหมาให้คนแถวนั้นดูเป็นแน่ๆๆๆ ขอบคุณครับผม โมทนาบุญกับทุกท่านครับ
แก้ไข โดย pongthaie เมื่อ 14.12.2009 18:21
14.12.2009 18:08 (79493)
White Knight
หลวง

935 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 22000
ได้รับ : 16251
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
       เสร็จแล้วก็เดินมาเช่าวัตถุมงคลที่ด้านหน้าของวัด  เลือกกันนานมากเพราะว่า
วัตถุมงคลมีเยอะ แต่เงินในกระเป่ามีจำกัด  จนได้เป็นที่ถูกใจแล้วก็ขึ้นรถไปเจดีย์
ศรีเวียงชัยกัน ซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีความสวยงามมาก  อาจารย์ให้เวลาไปพวกเราไป
กราบกันแปบนึง  เพราะพวกเราจะต้องรีบทำเวลาเพื่อไปออบหลวง

       ออกจากลำพูน ก็เข้าสู่เขต จ.เชียงใหม่ ครับ นั่งรถมาเรื่อยๆ จนเข้าเขตทาง
คดเคี้ยวน่าดู  พวกเรารู้งานกันดี รีบนอนอย่างพร้อมเพรียงกัน หลับไปยกใหญ่ รู้สึก
ตัวอีกครั้ง  ก็มาถึงลำนํ้าแม่แจ่มแล้วครับ  เป็นลำนํ้าที่มีความสวยงาม  ช่วงนี้เจ้า
นาคน้อย นาคาพิสุทธิ์เริ่มทำงานตามความถนัด ใช้มโนส่องดูพรรคพวกพร้อมกันกับ
เจ้าม้าฯ  จนมาถึงอุทยานแห่งชาติออบหลวง  ที่พวกเราจะกางเต๊นท์นอนในวันนี้

       มาถึงก็ไม่รอช้า รีบถ่ายรูปกันไว้ก่อน แล้วไปกางเต๊นท์กัน  ถึงแม้ว่าจะใช้
เวลาไม่นาน แต่ก็คํ่าพอดี  ในระหว่างนี้มีสมาชิกทยอยไปอาบนํ้า และรอข้าวกล่อง
ที่สั่งไว้กับทางร้านของอุทยาน  สมาชิกพระเจ้าพรหม 3 ร้อนวิชากัน ไหนๆก็ฝึกกัน
มาเป็นปี  ขอลองวิชากันหน่อย  ใช้กสิณไฟแข่งกัน งานนี้มีผู้เข้าร่วมชมจำนวนมาก
สังเกตได้จากรูปถ่ายที่ติดดวงหลายๆดวง  มันส์สะใจกันไป  ประลองวิชากันเสร็จ
แล้วก็ล้อมวงกินข้าว  แล้วทยอยไปอาบนํ้าเพื่อเตรียมตัวนั่งกรรมฐานกันครับ คืนนี้
เจอกัน!

อดใจรอภาพการฝึกวิชาหน่อยนะครับ

      
แก้ไข โดย White Knight เมื่อ 15.12.2009 16:42
14.12.2009 22:15 (79509)
ดาวเรือง
ออกขุน

96 ข้อความ

โมทนา
ให้ : 826
ได้รับ : 1302
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
แม่หญิงมาแล้วจ้า....อิอิ เหมือนมีคนจุดธูปเชิญมา 
      ในส่วนของข้าพเจ้าการเดินดงคราวนี้เป็นที่ตั้งตารอมา 1 ปี ในการเริ่มเดินดงครั้งแรกกับอาจารย์ไก่นั้น ปีแรกเลยข้าพเจ้าได้สร้างกำลังใจอย่างเด็ดเดี่ยวมาก เนื่องจากงานของข้าพเจ้านั้นในช่วงสิ้นปีถือได้ว่าห้ามลา ห้ามป่วย ห้ามตาย แต่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่และบอกกับทางหัวหน้าว่า จะไปร่วมทริปทำบุญ 7 วัน และหัวหน้าก็มีทีท่าว่าจะไม่ให้ลาก็เลยลั่นวาจาไปว่า ไม่ให้ไปก็จะไป หักเงินเดือนก็ได้ ถ้าไม่ได้อีกก็ลาออกเลยเท่านั้น หลังจากนั้นต่อมาก็ได้คำตอบ o.k ลาได้ แล้วก็แถมท้ายว่า เนี่ยถือว่าไปทำบุญนะ ไม่หักเงินเดือนด้วย อิอิ พอได้รับการอนุมัติเท่านั้นแหละก็ถือโอกาส ลาเป็นประจำทุกปี เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป อิอิ ปีหลังๆ ก็ไม่เคยต้องกลุ้มใจเรื่องแบบนี้อีกแต่เป็นอย่างอื่นแทน ปีแรกได้ยินเสียงเปรต ปีที่สองเห็นขุมทรัพย์พญานาคที่ถ้ำผาจม ปีที่สามเจอหนักท้องเสียร่วมเดือนเริ่มต้นวันที่ 4 ของการเดินทางที่วัดศรีชุม (จำได้ไม่ลืม) แถมกลับมาต่อที่ภูเก็ตอีก
       แล้วก็มาถึงปีนี้คอยระวังเรื่องโรคที่เกี่ยวกับท้อง แต่ไม่เลยไม่คาดคิดว่าจะมาในรูปแบบของการบั่นทอนกำลังใจต่างๆ นาๆ ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย
    ประสบการณ์ที่สุดประทับใจของข้าพเจ้าเริ่มขึ้นที่กำแพงเพชร ที่ได้ย้อนไปเห็นองค์เจดีย์กลางทุ่ง และบรรยากาศรอบๆ รวมถึงพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธานในอดีต เมื่อออกสมาธิก็เลยตั้งจิตอธิษฐา่นว่า จะกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อภาระกิจบางประการตามที่ตั้งใจไว้ และอาจารย์บอกว่าอดีตชาติเคยเป็นลูกหลานพี่พิกุลมาก่อน ต่อจากนั้นเจ้ากรรมนายเวรก็บั่นทอนกำลังใจทุกวีถีทางจนทำให้แม้แต่กล้องถ่ายรูปตัวเดียวยังหิ้วไม่ไหวเลย
      พอถึงออบหลวงกางเต้นท์นอนข้างน้ำตก ปลื้มใจสุดๆ อีกทั้งได้นวดให้อาจารย์ด้วย ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร และอาจารย์ให้ข้อธรรมเรื่องน้ำที่ตกจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ เสมือนกับกำลังใจของเราย่อมมีวันลด แต่ถ้าหากน้ำที่ตกลงสู่พื้นแล้วปล่อยให้ไหลไปเรื่อยๆ ก็จะไหลลงสู่ที่ต่ำ ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยให้กำลังของเราไหลไปกับกิเลส ที่จะพาเราไปสู่อบาย.. ซึ้งสุดๆๆ อาจมีเยอะว่านี้ แต่กำลังซึ้งจำได้เท่านี้ อิอิ
      แล้วต่อด้วยวัดหัวเวียงซึ่งเมื่อหลายปีก่อน ได้เคยฝันเห็นพระมัยมุนีที่พม่่า ว่าเคยได้ไปสักการะกราบไว้ แต่ไม่ได้เป็นชาวพม่านะ และทริปนี้เมื่อเดินทางมาถึงวัดหัวเวียง พี่วีก็สั่งชายหนุ่มจำนวนหนึ่งไปปฎิบัติภาระกิจบางอย่าง และที่เหลือก็ให้เข้าไปเยี่ยมชมด้านใน ข้าพเจ้าก็ได้เดินเข้าไปในโบสถ์เก่า..แล้วก็เข่าอ่อน ช่างเหมือนในฝันมาก กราบลงงามๆ เสมือนได้ไปกราบพระมัยมุนีที่พม่าจริงๆ ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า พระเจ้าพาราละแข่ง และก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ
      และมาปลุกกำลังใจให้ฮึกเหิมอีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงวัดน้ำฮู ก็ทึ่งกับองค์พระประธานที่มีน้ำไหลจากเศียรของท่านโ่ดยมีมัคคุเทศก์ปั้มแนะนำโดยละเอียด และได้พาไปเยี่ยมชมเจดีย์บรรจุมวยผมของพระสุพรรณกัลยา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินได้ครบทุกแห่งแล้ว ก็เกิดอาการสงสัยเพื่อนหายหมดเลย ทำท่าจะไปช็อป แต่ก็สะดุดตา อ้าวอยู่นี่เอง อาจารย์ไก่ และคณะทั้งหมดได้นั่งอยู่หน้าเจดีย์บรรจุมวยผมของพระสุพรรณกัลยา และอาจารย์ก็นำกรรมฐาน และอธิษฐานจิตตั้งมั่นเรื่องศีล และให้ระลึกไปในอดีตเท่านั้นแหละ ก็มีเสียงสะอื้นมาจากข้างๆ เจ๊ทรัพย์ของเรานี่เองนำทัพ ต่อด้วยพี่หนุ่ยไม่น้อยหน้าใคร เท่านั้นยังไม่พอพี่ปุ้มก็ร้องไห้อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และยังมีพี่สุดของเราอีกคน ที่สุดๆ ไปเลย  อิอิ แล้วเราจะเหลือเหรอจ๊ะ ย้อนอดีตไปในขณะที่ทุกคนที่กล่าวมาซึ่งในอดีตเป็นคนสนิทใกล้ชิด เป็นองค์รักษ์ ได้รักษามวยผมของท่านมาถึงเมืองไทย แล้วเราเล่า ภาพตัดไปในอดีต ที่พม่า ข้าพเจ้าเป็นหญิงรูปร่างสมส่วน อยู่ในชุดข้าทาสสีกากี (สีเหมือนชุดข้าราชการ) เป็นทาสผู้รู้ใจ รับใช้พระสุพรรณกัลยา และในขณะเดียวกันก็ต้องถือดาบเบิกทางให้คณะทั้งหมดนำมวยผมของพระสุพรรณกลับเมืองไทย และรู้ตัวอีกครั้ง ในชุดเดิม นั่งอยู่ข้างพระศพของท่าน และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ข้าพเจ้าจะสละแม้เลือดเนื้อ ร่างกาย เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างเช่นพระสุพรรณกัลยาที่สละทุกอย่างเพื่อปกป้องบ้านเมือง บำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป... เสียงสะอื้น พร้อมสิบนิ้วพนม และกำลังใจที่ฮึกเหิม ซึ่งได้รู้ถึงชะตาของตนเองแล้วว่า หากสิ้นพระสุพรรณกัลยาแล้วไซร้ ข้าทาสเยี่ยงข้าจะคงอยู่บนผืนดินนี้ได้อย่างไร เราจะสู้จนลมหายใจสุดท้าย... อิอิ ตัดมาที่ปัจจุบัน หายไปนาน มารู้สึกตัวกับเสียงหมาฝูงนึง คนนับสิบ ที่เข้ามาดูอยู่ใกล้ๆ เนื่องจากนั่งริมสุด จึงต้องรักษาภาพพจน์เอาไว้ รักษาจริยาเอาไว้ ร้องไห้แบบ(นางเอก คิดเอาเอง) ไม่ให้มีเสียง น้ำตาพรั่งพรูอย่างไม่ขาดสาย และทั้งเสียงคน และสัตว์ก็เงียบหายไป เมื่ออาจารย์นำอธิษฐานอีกครั้งให้เราปรองดอง สามัคคีกัน ไม่ีหักหลังกัน พร้อมทั้งทำศีลให้บริสุทธิ์.. เมื่อคลายสมาธิมีหลายท่านน้ำตายังไหลไม่หยุด ต้องนั่งสงบสติ อยู่สักพักจึงหายและแยกย้ายกันไปกราบอนุสาวรีย์ และเดินทางต่อ...
     สุดท้ายก่อนกลับปลื้มสุด พระพุทธบาทสี่รอย ปีแรกของการเดินดง ได้ไปเยี่ยมที่นั่นแล้ว แล้วก็เกิดเรื่องโหดมันฮาอยู่หลายเรื่องและได้ตั้งใจว่า เราจะกลับไปที่นั่น และวันนั้นก็มาถึง ดีใจตั้งแต่อาจารย์ลงไว้ในโปรแกรมแล้ว หนทางยังเหมือนเดิม เพื่อนร่วมทางหลายท่านถึงกับมึน แต่สำหรับข้าพเจ้ามันคือสิ่งที่ตั้งตารอจนอะไรก็มาหยุดไม่ได้ ประทับใจตั้งแต่ลงรถสองแถว ซื้อดอกไม้ ดอกไม้ที่นี่สวย ปราณีตมากค่ะ และอากาศเย็น สถานที่สงบ จิตใจผ่องใส จุดธูปเทียน อาราธนาคาถาบูชาพระพุทธบาทสี่รอย ด้วยความรู้สึกเต็มตื้น และเมื่อได้เดินขึ้นสู่ด้านบนเหมือนตัวแทบลอย เบามาก กิเลสที่ติดตัวมาหลุดออกจากตัวอย่างสิ้นเชิง จิตผ่องใส สงบ ปิดทองทั้งสี่รอยแล้วอาจารย์นำอธิษฐานทบทวนกำลังใจพระโพธิญาณ เอากับเค้าด้วย อิอิ แถมขอคืนกำลังใจเดิมทั้งหมดเคยมีมาด้วย พลังสุดยอด ปลื้มสุดๆ น้ำตาก็ร่วงแบบเปิดสวิตอัตโนมัติเลย ที่เห็นมีอยู่คนเดียวด้วย รู้สึกเขินเลยแอบไปยืนหลังเสาแต่เสาปิดไม่มิด แอบหลังพี่พริ้วดีกว่า (ปิดมิดด้วย) และไปกราบพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ หลวงพ่อ หลวงปู่ต่างๆ รวมทั้งหลวงพ่อฤาษีด้วย และต่อด้วยการนั่งกรรมฐาน หน้ารูปปั้นครูบาศรีวิชัย อุทิศส่วนกุศล ปิดการเดินดงแบบพระโยคาวจร และเหล่าพระโพธิญาณ พระสิกขีทศพล และคู่บารมีทั้งหลาย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาจารย์
ปลื้มสุด.... (ยังไม่ทันถึงไหนทริปหน้าก็ผุดแล้ว แล้วเราก็จะไม่พลาด)
      จบทริปเดินดงครั้งนี้อย่างสุดโหด ก็เริ่มตั้งแต่จบทริปปีที่แล้ว จนมาถึงวันนี้ครบ 1 ปี ท่านทั้งหลายบั่นทอนกำลังใจกันจนหยดสุดท้าย และเมื่อเิริ่มออกเดินทางก็มีคำเตือนมาหลายเสียงว่าปีนี้โหด  7 วันสำหรับการเดินดงเหมือนเป็นปี แต่ละวันผ่านไปอย่างยากเย็น แต่ก็ได้รับความเมตตาจากอาจารย์เตือนให้ตั้งสติไว้ กลับจากทริป ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เหตุอันเนื่องมากจากเจ้ากรรมนายเวรของเรา หรือคุณไสยต่างๆ จะคลี่คลาย ด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุำภาพ สังฆานุำภาพ บุญกุศลต่างๆ จะช่วยให้เราผ่านไปได้ กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และกำลังใจใหม่ ดีขึ้นเรื่อยๆ 
      ด้วยเมตตาจากอาจารย์ ที่สงเคราะห์ข้าพเจ้า และลูกศิษย์ชาวภูเก็ตมาโดยตลอด ลูกทั้งหลายอาจจะดื้อบ้าง ไร้สติบ้าง โง่เขลาบ้าง และอาจจะพลาดพลั้งล่วงเกินอาจารย์ด้วย กาย วาจา ใจก็ดี ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ดี ลูกทั้งหลาย ขอกราบขอขมาอาจารย์ หากเคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินอาจารย์ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขออาจารย์ได้โปรดอดโทษงดโทษให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตั้งแต่วันนี้ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทิด...
      และด้วยกตัญญูกตเวทิตาต่ออาจารย์ ขอเหล่าผองศิษย์ทั้งหลาย จงสามัคคีกันไว้ ดังเสมือนเกลือ รักษาความเค็ม ทางข้างหน้าอาจจะกระทบกันบ้าง แต่เราก็จะเข้าใจกัน อภัยให้กัน และเดินไปสู่จุดหมายปลายทางเีดียวกัน...ด้วยกัน.....จะเป็นกำลังใจให้เหล่าพระโพธิญาณทั้งหลาย...สู้ๆๆ
      จบแล้วจ้า...อ่านกันจนเหนื่อยนานๆ มาที คุ้มเลยล่ะ ถ้าหากข้อมูลผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยไว้ด้วยนะค่ะ
     
      สุดท้ายนี้ ขอผลแห่งบุญทั้งหมดที่ข้าพเจ้าได้ทำมาตลอดการเดินดง ส่งผลให้อาจารย์มีสุขภาพ แข็งแรง ปราศจากโรคภัยต่างๆ และขอให้ทุกท่านร่วมโมทนาบุญกับข้าพเจ้า และให้ได้รับประโยชน์ ความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าทุกประการเทอญ...

แก้ไข โดย ดาวเรือง เมื่อ 15.12.2009 01:38
14.12.2009 23:45 (79521)
Dawn to Dusk
พระยา

458 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 2694
ได้รับ : 11684
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552
สงสัยต้องเปลี่ยนเป็น นนทธรรม - แม่ฮ่องสอน ซะแล้ววว
แก้ไข โดย Dawn to Dusk เมื่อ 28.12.2009 09:56
15.12.2009 00:55 (79526)
Dawn to Dusk
พระยา

458 ข้อความ
โมทนา
ให้ : 2694
ได้รับ : 11684
Re : เล่าเรื่องราวการเดินดงแบบพระโยคาวจรตะลุยภาคเหนือ2552

แก้ไข โดย Dawn to Dusk เมื่อ 27.12.2009 23:57
15.12.2009 00:56 (79527)
หน้า : 1 2 3 4 >> 
ไปที่ :












ค้นหา

พจนานุกรม
eXTReMe Tracker
Page generated in 0.459661 seconds.