ตอนที่ 1>>> สมัยเด็ก ๆ.......ประมาณ ป.1 - ป.5......ผมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยพูดจนดูเป็นเด็กเรียบร้อย.......แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนใจสู้(สู้แค่ใจ) + ขี้ขลาด(กลัวเจ็บตัวก็เลยดูเรียบร้อย) ..... สิ่งที่ผมกลัวก็คือ...เลือด....หนอน....ความสูง....ผมเป็นคนที่ เวลาเห็นพี่ชายทำอะไรแล้วผู้ใหญ่ชมว่าเก่ง...ผมก็จะพยายามทำสิ่งที่แปลกกว่าให้ได้(ถึงแม้จะห่วยแตกกว่าก็ตาม...แต่มันก็เป็นการแสดงถึงความมีใจเป็นนักสู้ของผม)...พี่ชายทำโน่นทำนี่เก่ง....ผมก็จะบอกกับตัวเองว่าเราต้องเรียนหนังสือให้เก่ง(..เราจะน้อยหน้าไม่ได้..)
แต่......ถึงจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะขอเป็นคนดีไว้ก่อน......
มีอยู่ครั้งหนึ่ง....ผมชอบคิดอะไรเพลินๆอยู่คนเดียวและเพ่งไปที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพียงอย่างเดียว.....แล้วเกิดความคิดลอยๆขึ้นมาว่า....เอ๊ะเรามานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง และ มานั่งทำไม......เฮ้ย..มานั่งตรงนี้อีกแล้ว.....เฮ้ย..แล้วทำไมมันต้องเป็นเราด้วย.......ทำไมมันต้องเป็นไอ้ตัวแบบนี้ด้วย....เฮ้ยอะไรของมันวะ....เมื่อผมได้นั่งอยู่ข้างๆจอมปลวกแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านทุ่ืงหญ้าคา.....ก็เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาว่า......เราต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่(ตามประสาเด็กน่ะครับอย่าได้ถือสาหาความเลยนะครับ)เพื่อคนในโลกนี้ให้เขาทึ่งในความสามารถของเราว่าเราสามารถช่วยเขาให้พบกับความสุขความสะดวกสบายได้ (ตอนนั้นอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกครับ)......และที่สำคัญตอนนั้นคิดเอาไว้เลยว่าจะไม่แต่งงานเพราะเห็นความทุกข์ของ ผู้ใหญ่ที่มีครอบครับแล้ว ต้องมานั่ง ทะเลาะกัน ทั้งในชีวิตจริงและในละคร.....(สงสัยว่าเราคิดบ้าเกินวัยไปหรือเปล่า) หนัง , ละคร และ เพลง ที่ประทับใจ 1). พระนเศวร...พระเจ้าตาก...ศึกบางระจัน...นายขนมต้ม...สายโลหิต...(เพลงปลุกใจเพื่อชาติ) ผมได้ดูทีไร เห็นชุดทหารใส่หมวกปีก สีดำ สีน้ำเงิน สีแดง อาวุธ(ดาบ...) เห็นแล้วใจมันเต้นและฮึกเหิม นั่งลุ้นตัวเกร็ง มีหนังแบบนี้เมื่อไหร่จะรีบวิ่งเข้าไปดูเลยครับ 2). รามเกียรติ์...ชอบมากครับ...โดยเฉพาะ หนุมาน พิเภก มัจฉานุ และเหล่าทหารลิงทั้งหลาย ดูแล้วดูอีก อ่านแล้วอ่านอีก
3). หนังละครจักร ๆ วงศ์ ๆ เช่น สี่ยอดกุมาร (อาวุธที่ชอบ - ตรี คฑา จักร สังข์) ขวานฟ้าหน้าดำ ( ขวานฟ้า ) สิงหไกรภพ (ผ้าแพร พระขรรค์ ต้นดอกสรรพยา หุ่นพยนต์ ลูกแก้วิเศษ ) อาจจำผิดไปบ้างนะครับ สังข์ทอง(หอยสังข์)
และที่ชอบมากก็คือ สัตว์ในวรรณคดี โดยเฉพาะตอนที่พญานาคกำลังโผล่ขึ้นจากน้ำ 4). หนังจีนกำลังภายใน ที่ปล่อยพลัง เหาะ เหินเดินอากาศ จนมาวันนี้สิ่งที่ผมสงสัยและใฝ่ฝัน ก็ได้กระจ่าง และ เข้าใจ เมื่อได้มาเจอ อาจารย์ ไก่ ครูบาอาจารย์ผู้ซึ่งผมได้เจอ เพียงไม่กี่ปี แต่เหมือนเราได้สนิทและคุ้นเคยกับท่าน มานานมาก เกินกว่าที่เวลาบนโลกมนุษย์จะพรรณนาได้ เดี๋ยวผมค่อยมาบ่นให้อ่านใหม่นะครับ....ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านครับ..............""" freedom """
ก่อนอื่นขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของอาจารย์ไก่ อันเป็นที่เคารพของทุกๆคนนะครับ ผมเองได้มีโอกาสรู้จักชื่อเสียงอ.ไก่ ทางอินเทอร์เนต เมื่อประมาณต้นปี2552 ผ่านทางเว็ปพลังจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทู้ผู้ปรารถนาพระโพธิญาณทั้งหลาย จะพูดถึงชื่ออาจารย์ไก่ ค่อนข้างมาก ในแง่ของได้รับการดูดวงกับอาจารย์มาแล้ว ซึ่งก็ทำให้หลายๆท่านมีกำลังใจในการบำเพ็ญเพียรบารมีของตนเองต่อไป จากจุดนั้นผมเองก็ได้มีโอกาสได้มาหาอาจารย์ไก่ ที่บ้านนนทธรรม ประมาณสิงหาคม2552 อาจารย์ไก่ได้ให้ความเมตตาแนะนำการฝึกมโนยิทธิให้ และได้ดูดวงให้กับผม ซึ่งก็ไขความกระจ่างในใจผมมานาน สำหรับการเวียนว่ายตายเกิดที่ผ่านมา อาจารย์ไก่เป็นคนแรก ที่ตอบคำถามที่ผมค้นหามานาน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมได้มีโอกาสรู้จักกับอาจารย์ไก่ แต่มีคุณค่าทางจิตใจผมมหาศาล คุณูปการทั้งหลายทั้งปวงที่อาจารย์ไก่ทำมาท้งหมด ล้วนทำเพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา และผมหวังว่าอาจารย์ไก่จะสามารถถึงจุดหมายปลายทางพระโพธิญาณที่สั่งสมมานาน อาจารย์ไก่เปรียบเสมือนเป็นผู้มีพระคุณชี้ทางให้ผม กรรมอันใดที่เป็นบุญเป็นกุศล ที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญเพียรมาดีแล้ว ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน จะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขเพียงใด ขอให้อาจารย์ไก่ คนเมืองบัว อนุโมทนาบุญนี้เถิด สาธุ สาธุ สาธุ
เข้ามาอ่านกระทู้นี้ นาน แล้วเหมือนกันครับ ทีแรกไม่มีความคิดจะเขียน รออ่านของท่านทั้งหลายน่าจะสนุกกว่าเราเขียน แต่เมื่อเนิ่นนานไป ใช่แล้วครับ กระทู้นี้ผมชอบมาก แต่ ไม่มีการขยับ จึงต้องแหลนเข้ามาเขียนเพิ่มนิดนึงละกัน เรื่องราวของผมกะท่านอาจารย์ไม่มีไรมากเลยจริงๆ ได้เจอกับอาจารย์เหมือนเรื่องบังเอิญครับ ปกติ ก็อ่านและปฏิบัติเองตามหนังสือของหลวงพ่อมาตลอด ดื่มเบียร์แทบทุกวัน สวดมนต์ทุกวัน เมากลับที่พัก อาบน้ำก่อนหลับก็ สวดมนต์นิดนึงน่า - -' แต่ไม่เคยได้ฝึกมโนยิทธิซักกะที เคยอ่านแต่ในหนังสือครับ วันหนึ่งเพื่อน บังเอิญค้นเจอในกูเกิ้ล ว่าจะมีการสอน มโนที่ขอนแก่น บังเอิญมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะหาเจอ ไม่ได้เลยอย่างนี้พลาดไม่ได้ครับ นัดแนะ ลุ้นกันว่า เอ คนน่าจะเยอะเต็มศาลา เป็นงานใหญ่แน่ๆ เพราะประกาศลงเวปไซต์ซะขนาดนี้ ดีจังเลยที่มีคนเข้ามาฝึกกันเยอะๆ(ห้วงของความคิด อะไรจะมองโลกได้สว่างสไวซะเยี่ยงนี้) เพื่อนก็บอกว่า อาจารย์ไก่เป็นผู้หญิงอีกครับ โอ้ มาจากวัดท่าซุงแน่ๆ อะไรจะดีขนาดนี้ (อะ เอาเข้าไป) และแล้วก็ถึงวันที่รอคอย พวกผมรีบไปก่อนเวลา ประมาณชั่วโมงกว่าๆ เป็นวัดครับ กะว่างานใหญ่แน่ๆ พอไปถึง อืม เงียบดีจังเลยนะ เอ เรามาผิดที่เปล่าหว่า ทำไมไม่เห็นใครเลยแฮะ มันก็ตามแผนที่ที่ลงในเวปนี่หว่า หรืออาจจะเลื่อนงาน เอ เอาไงดีหว่า เอ้าไม่เป็นไร ไหนๆก็ได้มา นั่งเล่นในวัดก็ไม่เลวเหมือนกัน ซักพักใหญ่ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวของกระแสผู้คนเลย เริ่มเครียดและหมดหวังครับ ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีรถยนต์วิ่งเข้ามาจอดในศาลา มีคนมา สี่ห้าคนครับ เอ ไม่เห็น อาจารย์ไก่ ที่ว่าเป็นผู้หญิงเลยแฮะ เข้าไปถามหน่อยดีกว่า อ้าว อาจารย์ไก่จริงครับ แต่เป็นผู้ชาย อืมๆ ไม่เป็นไร ข้อมูลเรื่องอาจารย์หน่วยข่าวกรองอาจผิดพลาดกันได้ และแล้วก็ถึงเวลาฝึกครับ จากที่คิดว่าคนแน่นๆ เต็มศาลา อืม มีทั้งสิ้น เจ็ดชีวิต อืม ศาลาโล่งดีมากเลยวะ ก่อนการฝึกอาจารย์ท่านก็เล่าเรื่องต่างๆให้ฟังครับ โอ้ น่าทึ่งมาก ดีนะมีน้อยคน ฟังถนัด สนุกมากเลยครับหัวเราะกันแทบตลอดเวลา หลังจากปรับอารมณ์กันแล้วก็มาถึงตอนฝึก กังวลมากครับ และแล้วการฝึกก็ผ่านไปด้วยดี โอ้โห อาจารย์ท่านสุดยอดจริงๆ รู้หมดว่าช่วงที่เราฝึก เราคิดไรอยู่ นี่แหละๆ เราค้นหาอาจารย์แบบนี้มานานแล้ว อาจารย์ไก่ คือฮีโร่ในดวงใจของเราอย่างแท้จริง คลั่งอาจารย์มากเลยครับ และแน่นอน เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะหลังจากที่ฝึกมาแล้ว ผมเลิกกินเบียร์และเครื่องดื่ม แอลกอฮอลล์ลงได้อย่างเด็ดขาด ข้ออ้างแค่ว่า ช่วงสัปดาห์วันมาฆบูชา เมื่อก่อนทำไมมันเลิกไม่ได้ก็ไม่รู้ สวดมนต์ตอนเมา - -''''' เอาเข้าไป ประมาณว่าฝึกแล้ว สัมผัสได้แล้ว ไม่อยากถอยหลังครับ เรื่องมันจะยาวเกินไปเปล่าเนี่ย จะจบยังไงดีเนี่ย ก็ เอาเป็นว่า อาจารย์พาทำแหวกแนวดีครับ ชอบมากเลย ไม่เหมือนใคร อยู่กะอาจารย์ โคตรมันส์ แต่ไม่นอกเหนือจากแนวทางของหลวงพ่อ จึงว่า เฮ้อ นี่ถ้าไม่ได้เจออารย์ไก่ ป่านนี้แล้ว คงไม่ได้เข้าเวป คนเมืองบัว และคงเมากลับไปสวดมนต์ก่อนนอนอีกแน่เลย เอานะ อาจารย์ไม่อยู่แล้ว แต่คณะและเหล่าลูกศิษย์ก็มี พึ่งพากันได้เสมอ ก็ขออนุญาต จบแต่เพียงเท่านี้ครับ อาจจะเข้ามาเขียนเพิ่มเติมในภายภาคหน้า