Untitled Document
 

 
 
 
  CD เพลง ฤทธิ์ทางใจ ใฝ่นิพพาน
 
 
eXTReMe Tracker
Untitled Document
เว็บไซต์เวอร์ชั่นเดิม คลิ๊กที่นี่   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าตาเว็บไซต์ได้ที่นี่ครับ  
Untitled Document
ขณะนี้ทางเว็บไซต์ คนเมืองบัว กำลังอยู่ในช่วงอัพเดทข้อมูล หากมีข้อสงสัย หรือ เกิดปัญหาการเข้าดูข้อมูลไม่ได้ กรุณาแจ้งได้ที่ e-mail : konmeungbuar@konmeungbua.com และถ้าต้องการติชม หรือ คำชี้แนะต่าง ๆ กรุณาโพสท์ได้ที่เว็บบอร์ดเลยนะครับ

กองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร
นามกองทุน " ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี "

 

โครงการที่ “ คนเมืองบัว “ คิดทำ
                มูลเหตุการจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์
                คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร
                ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี
                ชื่อเฉพาะ " ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี "

       ผู้ริเริ่มจัดตั้ง นาย เดชพูลศักดิ์ จารุพันธ์พานิช โดยมีความตั้งใจตามปฏิปทาของ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้จัคตั้งกองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร “ มูลนิธิหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค “

        ซึ่งในขณะนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองวุ่นวายพอสมควร ท่านเห็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นนั้น ด้วยความเมตตาของท่าน จึงไปเป็นขวัญกำลังใจแก่คนยากจน และทหารหารทั้งหลาย รวมทั้งแจกของอย่างมากมายทั่วทุกภาค และด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัวของศิษย์รุ่นพี่ๆ ที่ร่วมทำงานกับหลวง

        “ คนเมืองบัว “ ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง นึกถึงปฎิปทาท่านแล้วยังชื่นใจอยู่ไม่ลืมเลือนตลอดมา จึงตั้งปณิทานไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ว่าหากเรามีความคล่องตัวทางการเงินขึ้นเมื่อใด จะเดินตามรอยหลวงพ่อฯ และพี่ๆ ที่ทำเป็นตัวอย่างไว้ดีแล้ว ในงานสาธารณประโยชน์ และได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ตามแต่กำลังตลอดมา

         เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2530 ได้ทำกำลังใจไปอธิษฐานที่เมืองนิพพาน “ ด้วย ฤทธิ์ทางใจ “

          ถาม : ใคร่ที่จะทราบของ ในเรื่องขั้นตอน ที่ควรดำเนินการในการจัดตั้งกองทุน ถาม เพื่อที่จะดำเนินการให้สำเร็จประโยชน์ตามอธิษฐาน ตั้งใจไว้

          ตอบ : (สังฆนิมิตหลวงพ่อ) /………ลูกทำได้แต่ต้องอดทน ต่อการนำเสนอแก่คนทั่วไป เมื่อใดไม่หวั่นไหว แล้ว จึงบอกกล่าวแก่ผู้มีแนวคิดทำงานสาธารณะประโยชน์ เช่นเดียวกับเรา จากนี้ไป จะต้องทดสอบกัน อาทิ ในเรื่องของฐานะทางการเงิน จะติดลบ และอุปสรรคจะมาทุกด้าน แต่งานสงเคราะห์แนะนำกรรมฐาน ต้องทรงตัวไม่หวั่นไหว ระหว่างที่กฏแห่งกรรมเข้านี่แหล่ะ จะเป็นเครื่องทดสอบว่า เจ้าจะมี อธิษฐานมั่นคงหรือไม่ ใช้เวลา 15 ปีเศษ ( พ.ศ. 2530 ถึง พ.ศ. 2545 )

           ถาม : รับทราบครับ แล้วเรื่องชื่อกองทุนจะใช้ชื่ออะไรครับ

           ตอบ : ให้ทำเป็น 2 ขั้นตอน
                   1. กองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี และเมื่อมีทุนเพียงพอให้ใช้ชื่อ
                    2. มูลนิธิสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดารฯ

                นโยบายเป็นไปตามลำดับดังนี้
                1.แจกสิ่งของแก่คนยากจน และไร้โอกาศในถิ่นทุรกันดาร เน้นผ่านหน่วยราชการ เช่น ทหาร ตำรวจ ตำรวจตะเวนชายแดน วัด โรงเรียน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจเชื่อมช่องว่าง ระหว่างราชการกับประชาชนเป็นสำคัญ

                2.เมื่อเติบโตได้ระยะหนึ่ง ดำเนินงานส่งเสริมทักษะในการทำงาน แก่ผู้มีรายได้น้อยขาดประสบการณ์ความรู้ในด้านต่างๆ เข้าสู่ตลาดแรงงาน เช่น ช่างก่อสร้าง , ช่างเชื่อมต่างๆ , ช่างเย็บจักรอุตสาหกรรม ฯลฯ

                3.พัฒนาการปฏิบัติธรรมให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่หลักการเดิมของพุทธศาสตร์
                   3.1.จัดโครงการมโนแรลลี่ แก่ผู้ครองเรือนมีเวลาน้อยให้เกิดการผสมผสานการครองเรือน กับการปฏิบัติธรรม ในรูปแบบต่างๆดังนี้ กลุ่มคนที่รักการนิยมไพร , กลุ่มนักทัศนศึกษาลักษณะต่างๆ ฯลฯ

                   3.2.ให้มีค้นค้าวรูปแบบและวิธีการ ในการทดสอบประเมินผล ใน “ พระกรรมฐาน ๔๐ “ หรือ “ ฤทธิ์ทางใจ และ ญาน ๘ “ หรือ “ มหาสติปฐาน ๔ “ ให้เป็นรูปธรรมให้ทันสมัย และง่ายแก่การตรวจสอบ เพื่อ เพิ่มความมั่นใจ ในการปฏิบัติธรรม

                    3.3. ให้มีกองทุนธรรมทาน มาเข้ารองรับนโยบายนี้ ก่อให้เกิดประ โยชน์แก่ตนเอง และสังคมสืบไป

                4.บุคลากรก็ให้จ้างลูกหลานของหลวงพ่อฯ มาทำงานในกองทุน ต้องผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติ เช่น มโนแรลลี่แล้ว และเต็มใจทำงาน

                5.ทุนดำเนินการให้หักรายได้ประจำ หรือผลกำไรต่างๆของตนเอง จนได้ทุนจดทะเบียน 300,000 บาท

                6.ห้ามรับบริจาคก่อน เพื่อเป็นการป้องกันคำกล่าวหาว่า นำชื่อเสียงของฉัน ( หลวงพ่อพระราชพรหมยาน “ มาแอบอ้างหากิน หรือ เป็น “ ผีบุญ “

                7. ฝึกอาชีพ ในพื้นฐานแรงงานภาคอุตสาหกรรม แก่ผู้ที่ด่อยโอกาส เข้าสู่ตลาดแรงงาน ในสาขาอาชีพต่าง

                “ คำกล่าวหานี้จากลูกหลานของฉันเอง เธอจะโดนหนักที่สุด ต้องให้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวลูก
                ถาม : . ขอกราบขอบพระคุณครับ

                เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2530 ได้ไปร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อฯ ได้รับหนังสือแจกในงาน เปิดอ่านบทนำแล้วได้ทราบเป็นนัยว่าท่านเริ่มปรงสังขารแล้ว บทความเช่นนี้ ไม่เคยพบมาก่อน โดยเน้นแนวทาง 3 ประการ
                1. พ่อรักลูกทุกคนยิ่งกว่าชีวิตของพ่อ ฉะนั้นขอบรรดาลูกๆทั้งหลาย จงรักษาความดีของลูกเหมือนเกลือรักษาความเค็ม

                2. ปฏิปทาใดที่เป็นที่ชอบใจ ไม่เกินวิสัยของลูก ขอลูกจงทำ และจงรักษาอภิญญาสมาบัติเอาไว้

                3. รักษาปฏิปทาสาธารณะประโยชน์ ในขณะนั้นลูกจงภูมิใจว่า พ่ออยู่กับลูกตลอดเวลา ถึงแม้ว่าร่างกายของพ่อจะสลายไป แต่ใจของพ่อยังคงอยู่กับลูกเสมอ ลูกจะไปไหนได้ชื่อว่าพ่อไปด้วย ช่วยลูกทุกประการ

                “ อย่าเมามายจนเกินไป โอวาทที่ท่านได้กล่าวไว้ “….เป็นที่ชื่นใจ และเป็นปีติธรรมอย่างยิ่ง ของผู้เป็นนักศึกษานอกโรงเรียน (ขอหลงตัวเองสักหน่อยนะ) ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น

                วันที่ 28 กรกฏาคม 2535 จึงให้ช่างวาดภาพที่หลักสี่พลาซ่า วาดภาพในนิมิตที่เห็นท่านพ่อกับท่านแม่ โดยอิง กษัตริย์ไทยโบราณ ได้แก้ “ ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี “ ในชุดสีทอง ครึ่งองค์ ( ค่าจ้าง 4,000 บาท )

                วันที่ 31 สิงหาคม 2535 ไปรับภาพ เมื่อออกจากห้าง ฝนตกลงมาปลอยๆ แดดก็ออก เลยนึกเข้าข้างตัวเองว่าเป็นฤกษ์ดีแล้ว จึงถือว่าทุกวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันบวงสรวงไหว้ครู และวันคล้ายวันจัดตั้งกองทุนเสมอมา เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

                วันที่ 30 กันยายน 2535 ได้ออกแบบสัญลักษณ์ เป็นตรายาง (ตราประจำกองทุนเบื้องต้น) “กองทุนสงเคราะห์คนยากจนในถิ่นทุรกันดาร “

                “ ท่านพ่อรามราช ท่านแม่จามเทวี “
                มีความหมายดังนี้
                1. แผ่นดินแตกระแหง หมายถึง ถิ่นทุรกันดารในสถานที่ต่างๆ
                2. ใบโพธิ์ ๑ ใบ หมายถึง พระเมมตาของพระพุทธเจ้า เป็นโพธิญาณคุ้มครองทั่วไป
                3. หยดน้ำ ๓ หยด หมายถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ดั่งน้ำหล่อเลี้ยงให้แก่บัวที่แล้งน้ำ ทั้งหลาย อย่างไม่จำกัดบุคคล
                4.)ดอกบัว ๓ ดอก ลดหลั่นกัน หมายถึงพระพุทธเจ้าท่านทรงเมตตา แก่บัว ๓ เหล่า บัวทั้ง ๓ เหล่านี้ เกิดขึ้นแล้วในถิ่นทุรกันดารนั้น การที่กองได้หยิบยื่นความช่วยเหลือต่างๆไปให้นั้น เพื่อเป็นกำลังใจ ให้บัวทั้ง ๓ เหล่านั้นไม่ท้อถอยในการปฏิบัติธรรม เราจะได้กัลยาณมิตร เพื่อช่วยกันจรรโลงพระ พุทธศาสนาให้เจริญยืนยาวสืบไป

                นับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2535 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปีเต็ม เป็นการทดสอบกำลังใจว่าจะหลงตัวลืมตนเพียงใด และได้ตรวจสอบตัวเองด้วย “ สติ สัมปชัญญะ “ ในอธิษฐานบารมีที่จะทำงานสาธารณะประโยชน์ ซึ่งมีโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้สัมพันธ์กับรายได้ของตนเองเป็นหลัก เพื่อเดินตามรอยเท้าพ่อในเรื่องงานสาธารณะประโยชน์เท่านั้น
                ส่วนความเป็นพระอริยะเจ้านั้น หวังเพียงก่อนลมหายใจจะสิ้นไป ขอให้เข้าถึงความเป็นพระอริยะเจ้าก็พอใจแล้ว (ในระหว่างนี้ 2526 จนถึงเวลาใกล้ตาย ขอทรงอารมณ์เพียงไตรสรณคมมั่นคงก็พอแล้ว)

                งานที่ผ่านมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2527 จนถึงปัจจุบัน ที่ได้ทำไปแล้วบ้าง มีดังนี้

                1. ทุนทรัพย์ในการจัดตั้งกองทุน ฯ ที่เก็บจาก ค่าจ้างแรงงาน และผลกำไรจากงานที่ทำอยู่ เป็นเงินสะสมประมาณ 80,000 บาท

                2. จัดทีมเดินดง และทำกุศล ณ.วัดต่างๆ (หรือมโนแรลลี่) ปีละ 1-5 ครั้ง เป็นกลุ่มย่อยๆทุกปี

                3. เป็นตัวแทนรับสิ่งของบริจาค เพื่อสมทบกับหน่วยงาน หรือกองทุนที่มีศักยะภาพมากกว่าดำเนินการต่อไป

                4. สำรวจเส้นทางในเส้นทางหลวงสายหลัก และ ชัยภูมิที่ตั้งของหมู่บ้าน ชุมชน ที่คาดหมายว่าจะมาทำกิจกรรม สาธารณะประโยชน์ ในทุกภาคที่เห็นว่าควร ไปสงเคราะห์ตามนโยบายของกองทุนฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

                5. ทดสอบ ประเมินผล แนะนำผู้ปฏิบัติธรรม ด้วยอุบายธรรมที่ปรับให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ตรงตามเนื้อธรรมเดิม

                6. จัดทำเว็บไซต์ “ แหลมเข้ามาข้าจะตอบ “ เพื่อเป็นธรรมทาน ธรรมทานที่จัดทำเว็บไซด์ตอบปัญหาธรรมทั่วไป ไม่จำกัดสำนักปฏิบัติ ในนามเวปบอร์ด “ แหลมเข้ามาข้าจะตอบ ” ด้วยความอนุเคราะห์จากท่านผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง “และ ได้พัฒนามาเป็น “เว็บไซต์ “ คนเมืองบัว “ เพื่อเป็นการฝึกคนรุ่นใหม่ให้กล้าในการให้ข้อธรรม แก่กันธรรมที่ออกจากใจ พระพุทธศาสนาจึงจะเจริญได้

 
 
Untitled Document
 
เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดเก่า 1
เว็บบอร์ดเก่า 2
บอร์ดประกาศบุญ
 
โฆษณาฟรี
ซื้อขายแลกเปลี่ยน
 
โฆษณาหน้าเว็บ
ติดต่อ..ที่นี่
 
ลิงค์เว็บไซต์
พระรัตนตรัย
เวป ๘๔,๐๐๐
   พระธรรมขันธ์
ลานธรรมจักร
พลังจิต
เสียงหลวงพี่เล็ก
สวดมนต์ . คอม
พุทธมนต์
ลานพุทธศาสนา
หลวงพ่อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
© copyright 2006 konmeungbua.com All right reserved.  
Contact konmeungbua e-mail : webmaster@konmeungbua.com