Untitled Document
 

 
 
 
  CD เพลง ฤทธิ์ทางใจ ใฝ่นิพพาน
 
 
eXTReMe Tracker
Untitled Document
เว็บไซต์เวอร์ชั่นเดิม คลิ๊กที่นี่   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าตาเว็บไซต์ได้ที่นี่ครับ  
Untitled Document
ขณะนี้ทางเว็บไซต์ คนเมืองบัว กำลังอยู่ในช่วงอัพเดทข้อมูล หากมีข้อสงสัย หรือ เกิดปัญหาการเข้าดูข้อมูลไม่ได้ กรุณาแจ้งได้ที่ e-mail : konmeungbuar@konmeungbua.com และถ้าต้องการติชม หรือ คำชี้แนะต่าง ๆ กรุณาโพสท์ได้ที่เว็บบอร์ดเลยนะครับ
 
ตำนานย่อวัดพระพุทธบาทตากผ้า
ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

 

วัดพระพุทธบาทตากผ้า  ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน เป็นที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาระหว่างดอยม่อนช้างกับดอยเครือ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ถ้าจากเชียงใหม่จะไปยังวัดพระพุทธบาทฯ แห่งนี้ได้โดยทางรถยนต์ ผ่านที่ตั้งศาลากลางจังหวัดลำพูน แล้วไปตามถนนสายลำพูน-ลี้ ผ่านที่ตั้งอำเภอป่าซางอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร ก็จะมีทางแยกเข้าไปทางซ้ายมือในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะมองเห็นวิหารจตุรมุขที่สร้างครอบรอบพระพุทธบาทไว้นั้นเด่นอยู่บนเนินสูง ระยะทางจากทางแยกเข้าไปถึงวัดประมาณ ๑ กิโลเมตร

      เมื่อไปถึงสถานที่นั้นแล้ว ท่านจะได้ชมและนมัสการรอยพระพุทธบาทอันประดิษฐานอยู่บนแผ่นหินใหญ่ภายในวิหารจตุรมุขอันสวยงามเป็น ๒ รอย รอยใหญ่กว้าง ๑ เมตร ยาว ๒ เมตรครึ่ง รอยเล็กกว้าง ๓๒ นิ้ว ยาว ๑ เมตร ๒๖ นิ้ว รอยพระบาทนี้ตามตำนานว่า “เป็นรอยพระพุทธบาทที่แท้จริงๆ”    

  ในอดีตสมัยครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายยังดำรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้เดินเลียบโลกไปโปรดมนุษย์โลกทั่วทุกหนแห่ง ทางภาคเหนือก็ได้มาทั่วทุกจังหวัด ตามตำนานมีกล่าวไว้เกือบทุกจังหวัด พระองค์ได้เสด็จจาริกมาตามนิคมชนบทต่างๆ จนกระทั่งถึงถ้ำตับเต่าเชียงดาว พระนอนขอนม่วง พระบาทยั้งหวีด และพระธาตุทุ่งตุ่ม ตามลำดับ ได้ทรงเหยียบรอยพระบาทและประทานพระเกศาธาตุประดิษฐานไว้ที่นั้นๆ ตามควรแก่พุทธอัชฌาศัยแล้วเสด็จเลียบลงมาตามฝั่งแม่น้ำปิง พอเสด็จมาถึงวังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีน้ำใสสะอาด มีท่าอันราบเตียนงาม พระพุทธองค์ก็ทรงหยุดพัก ทรงเปลื้องผ้ากาสาวพัสตร์ (จีวร) ให้พระอานนท์นำไปซัก สถานที่พระอานนท์เอาผ้าไปซักนั้นจึงได้ชื่อว่า “วังซักครัว” มาตราบทุกวันนี้ และวังชักครัวนี้มีอยู่ใต้สบกวงอันเป็นที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำกวงไหลมาบรรจบกัน

      ต่อจากนั้นพระองค์ก็เสด็จข้ามแม่น้ำพร้อมด้วยพระพุทธบริวารจาริกมาโดยลำดับ บรรลุถึงบ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในระหว่างทางไม่ห่างไกลจากดอยม่อนช้างเท่าใดนัก พระองค์ก็ทรงหยุดยืนนิ่งพร้อมกับทรงผิน พระพักตร์หว่ายไป (บ่ายไป) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บ้านที่นั่นจึงได้ชื่อว่า “บ้านหว่าย” แต่เดี๋ยวนี้เรียกเพี้ยนมาเป็นบ้านหวาย แล้วพระองค์ก็เสด็จมาถึงบนผาลาด (คือบริเวณที่ตั้งวัดพระพุทธบาทตากผ้าในปัจจุบัน) อันเป็นสถานที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะประดิษฐานปาทเจดีย์ เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์โลกในกาลภายหน้า พระองค์จึงทรงหยุดพักผ่อนพระอิริยาบทให้หายเหนื่อยจากการเดินทางอันทุรกันดาร แล้วจึงมีพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ให้นำเอาจีวรไปตากบนผาลาดใกล้ๆ กับบริเวณที่ประทับนั้น ซึ่งยังปรากฏเป็นรอยตารางคล้ายๆ ผ้าจีวรของพระมาจนบัดนี้

      ในกาลครั้งนั้น พระพุทธองค์ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เสมือนดังน้ำมหาสมุทรสาคร ทรงหวังจะรื้อถอนยังสรรพสัตว์เวไนยนิกรให้ถึงฝั่งเบื้องหน้าคือ “พระนิพพาน” จึงทรงเหยียบพระบาทไว้แล้วก็ทรงตรัสพยากรณ์ทำนายไว้ว่า “ดูกร อานนท์ สถานที่แห่งนี้จะปรากฏชื่อว่า “พระพุทธบาทตากผ้า” โดยที่เราตถาคตได้มาหยุดพักตากผ้ากาสาวพัสตร์นี้ และจะเป็นปูชนียสถานที่สักการะบูชาของมหาชนผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา จะอำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงชนตลอด ๕,๐๐๐ พรรษา นอกจากนี้ยังมีรอยเท้าเล็กๆ  ๓ รอย กับรอยเท้าโยคีอีก ๑ รอย ปรากฏอยู่ใกล้บริเวณนี้ด้วย โดยเฉพาะรอยเท้าเล็กๆ ที่อยู่ทางด้านตะวันออกใกล้ๆ พระวิหารนั้นเป็นรอยเท้าของพระอรหันต์อายุ ๗ ขวบ ผู้มีฤทธิ์ได้ตามเสด็จพระพุทธองค์มาได้เหยียบรอยไว้ รอยเท้าเล็กๆ นี้ น่าแปลกและสำคัญมากเพราะมีร่องรอยคล้ายรอยเท้าของคนจริงๆ

      พระพุทธองค์ก็ได้เสด็จพุทธดำเนินไปทางบูรพาทิศ ลุถึงหัวดอยม่อนช้าง ก็ทรงหยุดประทับนอน  สีหไสยาสน์ ณ ที่นั้น และทรงประทานพระเกษาแก่ตายายสองผัวเมียผู้เข้ามาปฏิบัติบำรุงพระองค์ด้วยภัตตาหารและน้ำ ในกาลต่อมาได้มีผู้ศรัทธาสร้างพระพุทธรูปนอนสีหไสยาสน์ขึ้นไว้ ณ ที่นั้น จึงเรียกกันว่า “พระนอนม่อนช้าง” มาจนบัดนี้ วัดพระนอนม่อนช้างนี้ก็เป็นวัดโบราณเก่าแก่ มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดลำพูน อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากวัดพระพุทธบาทฯ ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นสถานที่วิเวกเงียบสงัดเหมาะสำหรับเป็นที่บำเพ็ญสมณธรรม พระเกศาของพระพุทธเจ้าเวลานี้ประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์ เพื่อให้ประชาชนไปสักการะบูชาเป็นประจำทุกปี ถ้าใครไปที่วัดพระพุทธบาทฯ ก็ต้องเลยไปที่วัดพระนอนฯ มีผู้กล่าวกันว่าน้ำแม่ทาคือ “น้ำแม่ถ้า” ตอนที่พระพุทธเจ้าได้มาพักนอนที่พระนอนม่อนช้าง พระพุทธเจ้ากำลังนอนรอถ้าพระอานนท์ที่ให้ไปหาน้ำมาดื่ม พระอานนท์ก็เดินวนเสาะหาน้ำที่ไหนก็ไม่มีสักแห่ง จึงได้เอาไม้เท้าขีดกับทรายกลายเป็นน้ำไหลพุ่งเป็นทางน้ำไหลขึ้นมาทางเหนือ แม่น้ำสายนี้เลยกลายเป็นแม่ทา พระพุทธองค์ก็ได้ดื่มน้ำแม่ทา ประชาชนชาวอำเภอป่าซางจึงได้ใช้แม่น้ำสายนี้เป็นที่อาศัยทำนาทำสวนมาจนตราบเท่าทุกวันี้ หากไม่มีพระอานนท์และพระพุทธเจ้าพวกเราชาวอำเภอป่าซางคงไม่มีน้ำแม่ทาที่ไหลขึ้นทางเหนือ ธรรมดาน้ำส่วนมากจะไหลล่องใต้ แต่น้ำแม่ทาไหลขึ้นเหนือ ก็น่าแปลกจริง ฯ  

คำบูชารอยพระบาทฯ    ยัง  ตัตถะ  โยนะกะปุเร  มุนิโน  จะ  ปาทัง  ตัง  ปา  ทะวะลัญชะ  นะมะหัง  สิระสา  นะมามิฯ รอยพระบาทใด ของพระมหามุนีบรมศาสดามีอยู่ ณ เมืองโยนก ข้าพเจ้าขอนมัสการพระบาทและรอยพระบาทนั้นด้วยเศียรเกล้าดังนี้.

 
     
 

 

 
© copyright 2006 konmeungbua.com All right reserved.  
Contact konmeungbua e-mail : webmaster@konmeungbua.com