| |
วัดพระพุทธบาทตากผ้า
ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน
เป็นที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาระหว่างดอยม่อนช้างกับดอยเครือ
ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ถ้าจากเชียงใหม่จะไปยังวัดพระพุทธบาทฯ
แห่งนี้ได้โดยทางรถยนต์ ผ่านที่ตั้งศาลากลางจังหวัดลำพูน
แล้วไปตามถนนสายลำพูน-ลี้ ผ่านที่ตั้งอำเภอป่าซางอีกประมาณ
๘ กิโลเมตร ก็จะมีทางแยกเข้าไปทางซ้ายมือในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งจะมองเห็นวิหารจตุรมุขที่สร้างครอบรอบพระพุทธบาทไว้นั้นเด่นอยู่บนเนินสูง
ระยะทางจากทางแยกเข้าไปถึงวัดประมาณ ๑ กิโลเมตร
เมื่อไปถึงสถานที่นั้นแล้ว ท่านจะได้ชมและนมัสการรอยพระพุทธบาทอันประดิษฐานอยู่บนแผ่นหินใหญ่ภายในวิหารจตุรมุขอันสวยงามเป็น
๒ รอย รอยใหญ่กว้าง ๑ เมตร ยาว ๒ เมตรครึ่ง รอยเล็กกว้าง
๓๒ นิ้ว ยาว ๑ เมตร ๒๖ นิ้ว รอยพระบาทนี้ตามตำนานว่า เป็นรอยพระพุทธบาทที่แท้จริงๆ
ในอดีตสมัยครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายยังดำรงพระชนม์ชีพอยู่
พระองค์ได้เดินเลียบโลกไปโปรดมนุษย์โลกทั่วทุกหนแห่ง ทางภาคเหนือก็ได้มาทั่วทุกจังหวัด
ตามตำนานมีกล่าวไว้เกือบทุกจังหวัด พระองค์ได้เสด็จจาริกมาตามนิคมชนบทต่างๆ
จนกระทั่งถึงถ้ำตับเต่าเชียงดาว พระนอนขอนม่วง พระบาทยั้งหวีด
และพระธาตุทุ่งตุ่ม ตามลำดับ ได้ทรงเหยียบรอยพระบาทและประทานพระเกศาธาตุประดิษฐานไว้ที่นั้นๆ
ตามควรแก่พุทธอัชฌาศัยแล้วเสด็จเลียบลงมาตามฝั่งแม่น้ำปิง
พอเสด็จมาถึงวังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีน้ำใสสะอาด มีท่าอันราบเตียนงาม
พระพุทธองค์ก็ทรงหยุดพัก ทรงเปลื้องผ้ากาสาวพัสตร์ (จีวร)
ให้พระอานนท์นำไปซัก สถานที่พระอานนท์เอาผ้าไปซักนั้นจึงได้ชื่อว่า
วังซักครัว มาตราบทุกวันนี้ และวังชักครัวนี้มีอยู่ใต้สบกวงอันเป็นที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำกวงไหลมาบรรจบกัน
ต่อจากนั้นพระองค์ก็เสด็จข้ามแม่น้ำพร้อมด้วยพระพุทธบริวารจาริกมาโดยลำดับ
บรรลุถึงบ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในระหว่างทางไม่ห่างไกลจากดอยม่อนช้างเท่าใดนัก
พระองค์ก็ทรงหยุดยืนนิ่งพร้อมกับทรงผิน พระพักตร์หว่ายไป
(บ่ายไป) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บ้านที่นั่นจึงได้ชื่อว่า
บ้านหว่าย แต่เดี๋ยวนี้เรียกเพี้ยนมาเป็นบ้านหวาย แล้วพระองค์ก็เสด็จมาถึงบนผาลาด
(คือบริเวณที่ตั้งวัดพระพุทธบาทตากผ้าในปัจจุบัน) อันเป็นสถานที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะประดิษฐานปาทเจดีย์
เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์โลกในกาลภายหน้า พระองค์จึงทรงหยุดพักผ่อนพระอิริยาบทให้หายเหนื่อยจากการเดินทางอันทุรกันดาร
แล้วจึงมีพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ให้นำเอาจีวรไปตากบนผาลาดใกล้ๆ
กับบริเวณที่ประทับนั้น ซึ่งยังปรากฏเป็นรอยตารางคล้ายๆ
ผ้าจีวรของพระมาจนบัดนี้
ในกาลครั้งนั้น พระพุทธองค์ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เสมือนดังน้ำมหาสมุทรสาคร
ทรงหวังจะรื้อถอนยังสรรพสัตว์เวไนยนิกรให้ถึงฝั่งเบื้องหน้าคือ
พระนิพพาน จึงทรงเหยียบพระบาทไว้แล้วก็ทรงตรัสพยากรณ์ทำนายไว้ว่า
ดูกร อานนท์ สถานที่แห่งนี้จะปรากฏชื่อว่า พระพุทธบาทตากผ้า
โดยที่เราตถาคตได้มาหยุดพักตากผ้ากาสาวพัสตร์นี้ และจะเป็นปูชนียสถานที่สักการะบูชาของมหาชนผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา
จะอำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงชนตลอด ๕,๐๐๐ พรรษา นอกจากนี้ยังมีรอยเท้าเล็กๆ
๓ รอย กับรอยเท้าโยคีอีก ๑ รอย ปรากฏอยู่ใกล้บริเวณนี้ด้วย
โดยเฉพาะรอยเท้าเล็กๆ ที่อยู่ทางด้านตะวันออกใกล้ๆ พระวิหารนั้นเป็นรอยเท้าของพระอรหันต์อายุ
๗ ขวบ ผู้มีฤทธิ์ได้ตามเสด็จพระพุทธองค์มาได้เหยียบรอยไว้
รอยเท้าเล็กๆ นี้ น่าแปลกและสำคัญมากเพราะมีร่องรอยคล้ายรอยเท้าของคนจริงๆ
พระพุทธองค์ก็ได้เสด็จพุทธดำเนินไปทางบูรพาทิศ ลุถึงหัวดอยม่อนช้าง
ก็ทรงหยุดประทับนอน สีหไสยาสน์ ณ ที่นั้น และทรงประทานพระเกษาแก่ตายายสองผัวเมียผู้เข้ามาปฏิบัติบำรุงพระองค์ด้วยภัตตาหารและน้ำ
ในกาลต่อมาได้มีผู้ศรัทธาสร้างพระพุทธรูปนอนสีหไสยาสน์ขึ้นไว้
ณ ที่นั้น จึงเรียกกันว่า พระนอนม่อนช้าง มาจนบัดนี้
วัดพระนอนม่อนช้างนี้ก็เป็นวัดโบราณเก่าแก่ มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดลำพูน
อยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากวัดพระพุทธบาทฯ ประมาณ ๒ กิโลเมตร
เป็นสถานที่วิเวกเงียบสงัดเหมาะสำหรับเป็นที่บำเพ็ญสมณธรรม
พระเกศาของพระพุทธเจ้าเวลานี้ประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์
เพื่อให้ประชาชนไปสักการะบูชาเป็นประจำทุกปี ถ้าใครไปที่วัดพระพุทธบาทฯ
ก็ต้องเลยไปที่วัดพระนอนฯ มีผู้กล่าวกันว่าน้ำแม่ทาคือ
น้ำแม่ถ้า ตอนที่พระพุทธเจ้าได้มาพักนอนที่พระนอนม่อนช้าง
พระพุทธเจ้ากำลังนอนรอถ้าพระอานนท์ที่ให้ไปหาน้ำมาดื่ม
พระอานนท์ก็เดินวนเสาะหาน้ำที่ไหนก็ไม่มีสักแห่ง จึงได้เอาไม้เท้าขีดกับทรายกลายเป็นน้ำไหลพุ่งเป็นทางน้ำไหลขึ้นมาทางเหนือ
แม่น้ำสายนี้เลยกลายเป็นแม่ทา พระพุทธองค์ก็ได้ดื่มน้ำแม่ทา
ประชาชนชาวอำเภอป่าซางจึงได้ใช้แม่น้ำสายนี้เป็นที่อาศัยทำนาทำสวนมาจนตราบเท่าทุกวันี้
หากไม่มีพระอานนท์และพระพุทธเจ้าพวกเราชาวอำเภอป่าซางคงไม่มีน้ำแม่ทาที่ไหลขึ้นทางเหนือ
ธรรมดาน้ำส่วนมากจะไหลล่องใต้ แต่น้ำแม่ทาไหลขึ้นเหนือ
ก็น่าแปลกจริง ฯ
คำบูชารอยพระบาทฯ
ยัง ตัตถะ โยนะกะปุเร มุนิโน
จะ ปาทัง ตัง ปา ทะวะลัญชะ
นะมะหัง สิระสา นะมามิฯ รอยพระบาทใด ของพระมหามุนีบรมศาสดามีอยู่
ณ เมืองโยนก ข้าพเจ้าขอนมัสการพระบาทและรอยพระบาทนั้นด้วยเศียรเกล้าดังนี้.
|
|