คำนำ
"
ผู้ศรัทธาบันทึก "
" โดยเฉพาะกับพระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน "
นับตั้งแต่
วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นวันที่
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้ดับขันธ์สู่พระนิพพานแล้ว
เป็นต้นมา ดังเหมือนท่านได้ตัดกระแสธาร
" แห่งความเป็นศิษย์ไว้เบื้องหลัง
" แต่ด้วยปฏิปทาของหลวงพ่อ หาได้ตัดกระแสธาร
" แห่งผู้ที่มีความศรัทธาไม่ "
นับวันจะมีมากเป็นทวีคูณ
" ตถาคต เป็นแต่เพียงผู้บอกเท่านั้น
" และแล้ว " หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ก็เป็นแต่เพียงบอกตาม ตถาคต เท่านั้น
"
แต่ท่านมิได้บอกเพียงอย่างเดียว
ท่านยังปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง ในเรื่องของ
" ในปฏิปทางานสาธารณะประโยชน์
และการทรงกำลังใจ ในอภิญญาสมาบัติ "
จวบจนวาระสุดท้าย แม้ใกล้วาระสุดท้ายสู่พระนิพพาน
ท่านยังคงทำหน้าที่รับความศรัทธา แก่บุคคลทั้งหลายที่ไปทำบุญที่
วัดท่าซุง ที่ตึกรับแขก
แม้ในขณะนั้นได้มี
ศิษย์หญิงท่านหนึ่ง ได้กล่าวร้องขอแด่
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ในเนื้อความว่า
" ขอให้หยุดรับสายธารศรัทธานี้เถิด
" ซึ่งเป็นเหตุผลตามความเป็นจริง
ที่ท่านศิษย์ผู้นั้นเห็นอยู่ ซึ่งเป็นที่หน้าสรรเสริญ
" เธอ..ผู้นั้น " ยิ่งนัก
แต่ท่านก็ได้ทำหน้าที่ ฉลองศรัทธาในวันนั้นจนจบภาระกิจ
ปฏิปทาของหลวงพ่อประทับใจยิ่งนัก "
คือเป็นตัวอย่างจนที่สุดของสังขาร "
ด้วยเหตุนี้
กระแสแห่งความเป็นศิษย์จึงหยุดลง ภายหลังเมื่อผู้ใดได้รู้ในปฏิปทานั้น
และลองกระทำตามดูบางส่วน จึงมีความน้อบน้อมยอมรับในปฏิปทานั้น
" ตามแต่กำลังของตน " จึงมีกระแสแห่งความศรัทธาขึ้นเป็นจำนวนมาก
เกิดขึ้นเพื่อเทิดพระคุณหลวงพ่อฯ ท่าน
"
คนเมืองบัว " ใคร่ที่จะรวบรวม
" คำบอกเล่าที่ออกมาจากใจของท่าน
ที่รู้จัก " หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
" โดยนำข้อธรรมมาปฏิบัติและได้ผล
ตามแต่กำลังใจตน เกิดปิติธรรม และเข้าใจในกิจต่างที่ท่านได้
วางรากฐานไว้ อันได้แก่ " ปฏิปทาใดที่เห็นว่าไม่เกิน
วิสัยที่ลูกจะกระทำได้ อันได้แก่งานสาธารณะประโยชน์
และอภิญญาสมาบัติ จงรักษาไว้ ดั่งเกลือรักษาความเค็ม
"
บางท่านนั้นเคยบ้าง
หรือไม่เคยเลย ที่จะได้กราบนมัสการ"
เป็นศิษย์ของหลวงพ่อฯ ."
บางท่านมีความศรัทธามาก
แม้แต่สังขารของท่าน ที่อยู่ในศาลา
100 เมตร ณ.วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ก็ยังไม่เคยไปกราบสังขารท่านเลย
( แต่ในความเป็นทิพย์ได้กราบอยู่ทุกวัน
) ก็มี
ถึงเวลาแล้วที่เราควรที่น้อมนำความศรัทธานั้นมาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อสืบสานปฏิปทานั้นและเป็นกำลังใจแก่กัน
ในการปฏิบัติธรรมแก่หมู่คณะ ให้มีความมั่นใจในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เป็นอย่างยิ่ง
จึงใคร่ขอโมทนากุศลเป็นการล่วงหน้า...ด้วยเถิด
คนเมืองบัว
|